Haijai.com


รู้เขารู้เรา ชนะขาดไขมันส่วนเกิน


 
เปิดอ่าน 1229

รู้เขารู้เรา ชนะขาดไขมันส่วนเกิน

 

 

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนเมื่อมองดูตัวเองในกระจกแล้ว สายตาต้องสะดุดกับไขมมันส่วนเกินกันบ้างล่ะ ทั้งบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือบริเวณขอบชุดชั้นใ แต่ถ้ากำจัดมันออกไปได้ล่ะ? ไม่ว่าส่องกระจกสักกี่รอบก็ภูมิใจในตัวเองสุดๆ แต่จะเอาชนะไขมันส่วนเกินได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เคยสงสัยไหมว่า ทำทุกอย่างแล้ว สัดส่วนลด แต่สักพักก็กลับมาพุงพลุ้ยเหมือนเดิม แต่ถ้าลองทำความรู้จักกับที่มาของไขมันส่วนต่างๆ ให้ดี ชัยชนะย่อมเป็นของเราสักวัน ตามยุทธศาสตร์รบที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

 

 

รู้จักที่มาของไขมันส่วนเกิน

 

1.ไขมันหน้าท้อง

 

ไขมันหน้าท้องเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่อยากจะกำจัดมากที่สุด และอาจมีมากในช่วงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งไขมันในส่วนนี้จะมีอยู่บริเวณภายในช่องท้อง และอยู่บริเวณใต้ผิวหนัง ไขมันหน้าท้องไม่เพียงแต่ทำให้เราหมดความมั่นใจ แต่ยังมาพร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ด้วย

 

 

ไขมันหน้าท้องมี 3 ประเภท

 

 ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดมีประมาณร้อยละ 95 ของไขมันภายในร่างกาย

 

 

 ไขมันใต้ผิวหนัง ไขมันนี้เป็นชั้นที่อยู่ใต้พื้นผิวระหว่างผิวและผนังหน้าท้อง

 

 

 ไขมันต้อวัยวะภายใน เป็นไขมันหน้าท้องที่อันตรายที่อยู่ลึกลงไป

 

 

เรามีพุงได้อย่างไร

 

1.น้ำหนักของเราส่วนใหญ่จะถูกกำหนดจากความสมดุลของปริมาณแคลอรีในอาหารที่รับประทานเข้าไปกับพลังงานที่ถูกเผาผลาญ ซึ่งแน่นอนว่าหากรับประทานอาหารมากกว่าการที่ร่างกายต้องเผาผลาญ พุงก็ก่อตัวขึ้นได้ไม่ยาก

 

 

2.อายุที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งอายุมากขึ้นไขมัน ก็จะเข้ามาเยี่ยมเยือนสะสมมากขึ้นและรูปร่างลักษณะทรง “แอปเปิ้ล” มักมีองค์ประกอบทางพันธุกรรมในการสะสมไขมันตรงพุงมากกว่ารูปร่างทรง “ลูกแพร์”

 

 

3.ภาวะอาการเครียด ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่า “คอร์ติซอล” และเริ่มปฏิบัติการในการกักเก็บไขมันทันที

 

 

อันตรายจากไขมันหน้าท้อง

 

 โรคหัวใจและหลอดเลือด

 

 

 โรคเบาหวานชนิดที่ 2

 

 

 โรคมะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านม

 

 

วัดรอบเอวเช็คความเสี่ยง

 

สำหรับผู้หญิงหากวัดรอบเอวได้ 35 นิ้ว (89 เซนติเมตร) หรือมากกว่านี้ มีความเสี่ยงทั้งโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สำหรับคุณผู้ชาย หากวัดรอบเอวได้ 40 นิ้ว (102 เซนติเมตร) หรือ มากกว่านั้น ก็ควรเริ่มกังวลต่อปัญหาดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

 

 

2.ไขมันส่วนล่าง (ต้นขาและบั้นท้าย)

 

อยากนุ่งสั้นก็ไม่กล้า เพราะไม่อยากอวดต้นขาที่เต็มไปด้วยเซลลูไลท์ แต่จะโทษใครได้นอกจากตัวเองที่ไม่เลือกรับประทานอาหาร การหยิบอาหารประเภทไขมันเข้าปากนั้น ไม่ผิด และจะไม่เกิดไขมันสะสม หากใช้พลังงานเผาผลาญหรือเบิรนให้มากกว่าอาหารที่รับประทานเข้าไป ที่สำคัญคือการควบคุมน้ำหนักตัวให้ไม่เกินมาตรฐานด้วย

 

 

นอกจากนี้ กรรมพันธุ์ก็มีส่วนเช่นกัน กรณีที่ครอบครัวเป็นคนมีโครงสร้างใหญ่อวัยวะต่างๆ โครงสร้างกระดูกจึงใหญ่ตามเช่นกัน การออกกำลังกายจึงต้องเน้นความกระชับให้มากขึ้น

 

 

เวิร์คเอาท์ก็แล้วทำไมไขมันไม่ยอมไปไหน

 

สาวหลายคนที่รักสุขภาพอยู่แล้ว อาจสงสัยว่าในเมื่อเราก็ออกกำลังกายทุกวัน เน้นการออกกำลังกายเฉพาะส่วนก็แล้ว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็แล้ว ทำไมไขมันยังไม่ไปไหน สุขภาพดีมีคำตอบค่ะ

 

 ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ดัชนีมวลกายหรือ BMI ไม่เกินกว่ามาตรฐาน

 

 

 ตารางการรับประทานอาหารแบบผิดๆ ควรเน้นการับประทานอาหารเช้า เพราะสำคัญที่สุด เลือกรับประทานอาหารว่างเพื่อสุขภาพจะทำให้การเผาผลาญอาหารเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

 

 

 กลัวการรับประทานไขมันมากเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้วสามารถรับประทานได้เพียง แต่ต้องทราบก่อนว่าไขมันมีทั้งไขมันที่ดี (HDL) และไขมันไม่ดี (LDL)

 

 

 ออกกำลังกายไม่ถูกท่า จะให้ดีควรมีเทรนเนอร์คอยกำกับดูแลอยู่ข้างๆ ดีกว่าคลำหาท่าเองแบบผิดๆ

 

 

3.ไขมันตามแนวยกทรง

 

มีไขมันตามแนวยกทรงแบบนี้ ก็จัดบิกินนี่สีจี๊ดตัวโปรดไม่ได้ ไม่ว่าจะลองตัวไหนก็มักจะมีไขมันโผล่มาให้เห็นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้วงแขนหรือตามแนวขอบเสื้อชั้นในด้านหลัง อยากจะจัดชุดเช็กซี่ก็คงจะไม่เซ็กซี่อีกต่อไป เบื่อที่ต้องมองตัวเองในกระจกแบบนี้ไหม รีบมากำจัดขันส่วนเกินกันดีกว่า

 

 

แน่นอนว่าไขมันเหล่านี้จะมาจากไหนไม่ได้ นอกจากพฤติกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่ไม่เป็นระบบระเบียบ ตัวการสำคัญยังคงเป็นไขมันส่วนเกินที่ตามระรานไม่เลิกรา คุณสามารถกำจัดมันได้แค่...

 

 

 สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าคุณจะมีน้ำหนักเท่าไร สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอคือ การเลือกขนาดชุดชั้นในอย่างเหมาะสม จากผลสำรวจพบว่ามีผู้ที่ป่วยเป็นโรคอ้วนหลายคน เมื่อลดน้ำหนักได้แล้วก็ยังกลับไปใส่ชุดชั้นในแบบเดิมๆ

 

 

 เช็คตารางการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารดูใหม่ ลองกำหนดเป้าหมายที่ต้องทำให้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งใจออกกำลังกายลดไขมันส่วนเกิน ควบคุมแคลอรี ปริมาณ และความถี่ในการรับประทานอาหาร

 

 

 คาร์โบไฮเดรต แป้งขัดขาว ของหวาน ยิ่งเป็นการเพิ่มน้ำตาลให้ร่างกายและอาจสะสมเป็นไขมันส่วนเกินได้

 

 

 ปรับพฤติกรรมในการรับประทาน โดยตัดอาหารทีละน้อยและเคี้ยวให้ชาลง ที่สำคัญเลิกพฤติกรรมการรับประทานอาหารหน้าทีวีลงได้แล้ว

 

 

 รับประทานอาหารว่างเพื่อสุขภาพทุกๆ 3-4 ชั่วโมง จะช่วยลดความต้องการการรับประทานอาหารลงได้

 

 

 อย่ากลัวการรับประทานไขมัน เลือกรับประทานไขมันที่ดี เช่น ไขมันโอเมก้า 3

 

 

 กีฬาว่ายน้ำจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อหลังหรือลดไขมันบริเวณชุดชั้นในได้ดี เมื่อเพิ่มความเร็วและแรงต้านมากขึ้น ก็ฟิตกระชับมากขึ้น

 

 

ออกกำลังกายท่าไหนดี

 

1.บริหารหลังกลางและไหล่ด้วยท่า Seated Row ทำทั้งหมด 10 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซ็ท

 

 

2.บริหารกล้ามเนื้อออกด้วยท่า Chest Fly นอกจากหน้าอกจะกระชับแล้วยังบอกลงไขมันส่วนเกินบริเวณขอบชุดชั้นในด้วย ทำทั้งหมด 10-15 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซ็ท

 

 

3.กระชับกล้ามเนื้อแขนและไขมันส่วนเกินบริเวณใต้วงแขนด้วยท่า Kick Back

 

 

ไม่ว่าไขมันส่วนเกินจะมาจากส่วนไหนหากสาวๆ ขยันเวิร์คเอาท์ให้ถูกท่าและเหมาะสมดูแลตัวเองเรือ่งการรับประทานอาหารอยู่เสมอ ก็เชิดใส่ได้เริ่ดๆ เลยจ้า

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ