Haijai.com


ยืดอายุมดลูกอย่างไร


 
เปิดอ่าน 2233

Safe You Uterus ยืดอายุมดลูกอย่างไร คำถามที่สาวๆ ควรรู้

 

 

การดูแลสุขภาพกับสาวๆ มักเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่มักใส่ใจดูแลตนเอง แต่ก็มีส่วนมากอีกเช่นกันที่ยังคงละเลย โดยเฉพาะระบบภายในของผู้หญิงอย่าง มดลูก ยิ่งแก่ตัวไปฮอร์โมนหมดลง มดลูก็ไม่ได้ใช้งาน ว่าแต่!! หากไม่ได้ใช้งานแล้วมดลูกมีหมดอายุหรือเปล่า? ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายเราบ้างไหม? มีคำตอบมาฝาก

 

 

มดลูกหมดอายุได้ไหม?

 

หลายคนสงสัยว่ามดลูกมีอายุการใช้งานหรือไม่? จริงๆ แล้วไม่มีการนับว่าเป็นอายุของมดลูกหรือไม่ เพราะอย่างไรหน้าที่การทำงานของมดลูก ก็มีไว้สำหรับตั้งครรภ์ หากพูดถึงการหมดอายุหรืออายุการใช้งานล่ะก็จะหมายถึงเรื่องของ “ฮอร์โมน” มากกว่า ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ในช่วงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนหมดลง ทำให้ไม่มีการใช้งานมดลูก เพราะไม่ได้ตั้งครรภ์ ตัวมดลกเองอยู่เฉยๆ คอยทำหน้าที่ตามฮอร์โมนเท่านั้นเอง

 

 

จริงๆ แล้วการมีลูกตามธรรมชาติคือต้องใช้ฮอร์โมนจากรังไข่ แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการช่วยเหลือผู้มีบุตรยากมากขึ้น การให้ฮอร์โมนด้วยการฉีด เพื่อกระตุ้นไข่ก็จะทำให้ฮอร์โมนกลับมาทำงานได้ตามปกติ หากเรายังมีมดลูกอยู่ และสำหรับสาววัยทองที่รับประทานฮอร์โมน มดลูก็ยังสามารถทำงานได้เหมือนเดิม

 

 

มดลูกของแต่ละช่วงวัย

 

วัยเด็ก มดลูกยังมีขนาดเล็ก ยังไม่เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์

 

 

วัยรุ่น 12-50 ปี เป็นวัยเจริญพันธุ์ มีฮอร์โมนจากรังไข่ ทำให้มีรอบเดือนทุกๆ เดือน ซึ่งในระหว่างมีรอบเดือน ภายในมดลูกจะมีการหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อให้พร้อมที่จะฝังตัวของอสุจิกับไข่ได้ และเกิดการตั้งครรภ์ แต่หากมได้เกิดการปฏิสนธิขึ้น ผนังมดลูกที่หนาก็จะหลุดลอกออกจะกลายเป็นประจำเดือน แต่หากรังไข่ทำงานผิดปกติ เช่น ทำให้ประจำเดือนไม่ได้มาทุกเดือน ก็จะส่งผลให้มีบุตรยากในอนาคตได้

 

 

วัยทอง ในช่วงอายุนี้รังไข่ไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงแล้ว ประจำเดือนหมดลง มดลูกจึงไม่ได้ใช้งาน และไม่มีโอกาสที่จะท้องได้ เนื่องจากฮอร์โมนหมดไป และเมื่ออายุมากขึ้น ตัวมดลูกก็จะหดขนาดเล็กลงตามอายุไปด้วย

 

 

ปัจจัยที่ทำให้มดลูกอ่อนแอลง

 

แน่นอนว่าประเด็กสำคัยของการทำให้มดลูกของเราอ่อนแอลง คือ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะสิ่งที่อาจจะตามมาได้คือ การติดเชื้อและอักเสบขึ้น ไม่ว่าจะในช่องคลอดหรือเยื่อบุโพรงมดลูก ในบางรายเกิดพังผืดไจนติดเชื้ออื่นๆ ซึ่งกรณีนี้ก็มีผลทำให้มดลูกของเราอ่อนแอลง และอาจมีบุตรยากด้วย อีกทั้งการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย จนติดเชื้อในช่องคลอดเกิดโรคต่างๆ ขึ้น และปัจจุบันก็มีเชื้อ HPV ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ เพิ่มความเสี่ยงให้สาวๆ มากขึ้นไปอีก บางรายมีเป็นเนื้องอก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องผ่าตัดออกไป บริเวณที่ผ่าตัดนั้นจะอ่อนแอมากกว่าบริเวณอื่นๆ มีผลในกรณีที่ตั้งครรภ์หลังจากนั้น และต้องผ่าคลอด

 

 

ลดความเสี่ยงให้มดลูกของสาวๆ

 

ความเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่จะทำให้มดลูกอ่อนแอลงคือ การมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การใช้ถุงยางอนามัย และมีคู่นอนแค่คนเดียว นอกจากนี้ต้องตรวจสุขภาพทุกๆ ปี โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไป หรือผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว ควรมีการตรวจมะเร็งปากมดลูกร่วมด้วย ที่สำคัญคือ หมั่นสังเกตและจดประจำเดือนของตัวเองไว้เสมอ ซึ่งหากทุกอย่างสมบูรณ์ดี โอกาสตั้งครรภ์ก็จะง่ายขึ้น นอกจากนี้ต้องรักษาสุขภาพและหมั่นออกกำลังกายด้วย

 

 

วิธีกระชับช่องคลอดสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

 

โดยปกติหลังคลอดตัวมดลูกจะกลับมาสู่สภาวะปกติในช่วง 4-6 สัปดาห์ จะเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งไม่จำเป็นเลยที่จะต้องสรรหายาหรือสมุนไพรมารับประทาน แต่การกระชับช่องคลอดที่คุณแม่ส่วนใหญ่นิยมคือ “การอยู่ไฟ” วิธีนี้มีผลทำให้แผลบริเวณฝีเย็บของการคลอดแบบธรรมชาติแห้งหรือหายเร็วขึ้นมากกว่า

 

 

สำหรับปัญหาช่องคลอดที่ไม่กระชับ เกิดจากเชิงกรานกล้ามเนื้อที่ค่อยๆ ขยายจากการคลอดวิธีการทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้นอย่างได้ผล จึงต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อบริเวณนั้น นั่นคือ “การขมิบ” แต่การอยู่ไฟไม่ได้ช่วยทำให้กล้ามเนื้อเชิงกรานกระชับขึ้นได้

 

 

ยากระชับมดลูกดีไหม?

 

ไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับยาประเภทนี้อย่างชัดเจน ถ้าเรื่องการทำให้ช่องคลอดกระชับ การออกกำลังกาย “ขมิบ” เป็นสิ่งที่ดีที่สุด การใช้ยาก็อาจไม่ได้ช่วยได้ 100% เนื่องจากส่วนใหญ่มักจะมีฮอร์โมนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และปริมาณฮอณ์โมนที่อยู่ในยาหรือสมุนไพรนั้น แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไรกตาม ยาคนไข้หลังคลอดที่ทานยาดอง เหล้า ไม่ควรทาน เพราะมีผลให้ตกเลือดได้

 

 

แพทย์หญิงพัทธนันท์ มัตตะธนาพันธ์

สูตินรีเวชวิทยา

โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ