Haijai.com


โรคอะโครเมกาลี คืออะไร


 
เปิดอ่าน 5880

โรคอะโครเมกาลี

 

 

ต่อมใต้สมองแม้มีเพียงแค่ 1-1.5 เซนติเมตร แต่มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก เพราะทำหน้าที่ทั้งสร้างฮอร์โมนและเก็บฮอร์โมนหลายชนิด ซึ่งเมื่อมีความผิดปกติหรือมีโรคต่อมใต้สมองแล้ว จะส่งผลกระทบหลายอย่างต่อร่างกาย สำหรับโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ต่อมใต้สมองนั้นมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะทำให้มีอาการและเกิดความผิดปกติแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุของโรคและฮอล์โมนของต่อมใต้สมองที่ได้รับผลกระทบ ในบทความนี้จะกล่าวถึงความผิดปกติของต่อมใต้สมองส่วนหน้า ซึ่งผลิตฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโตมากเกินไป จนเกิดโรคอะโครเมกาลี

 

 

โรคอะโครเมกาลี คืออะไร

 

โรคอะโครเมกาลีเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย โดยพบเพียง 1 ต่อหลายแสนคน สาเหตุมากจากเนื้องอกของต่อมใต้สมองส่วนหน้า ทำให้ปริมาณฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโตมากผิดปกติ โดยทั่วไป ถ้าปริมาณฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโตมากผิดปกติตั้งแต่วัยเด็ก ร่างกายของผู้ป่วยจะสูงใหญ่กว่าคนปกติจนดูเหมือนยักษ์  เรียกอาการดังกล่าวว่าโรคไจแกนทิซึม (gigantism) แต่ในกรณีของโรคอะโครเมกาลีนั้น ฮอร์โมนที่สูงผิดปกติจะเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ ซึ่งแผ่นกระดูกปิดไปแล้ว จึงไม่สามารถสูงใหญ่ได้เหมือนเด็ก แต่จะพบว่ามือและเท้าจะค่อยๆ โตขึ้นอย่างผิดส่วน และมีการเปลี่ยนแปลงที่ใบหน้า ผิวหนังหยาบหนา ขากรรไกร ริมฝีปาก ขอบคิ้วจะหนาโปนออกมา คางยื่น ฟันห่าง ลิ้นใหญ่คับปาก เสียงพูดเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบอวัยวะภายใน ได้แก่ หัวใจโต ตับโต ต่อมไทรอยด์โต ข้อเสื่อม หลังโก่ง บางคนมีโรคอื่นจากโรคนี้ เช่น นอนกรน เบาหวาน หัวใจโต ทำให้หัวใจวายและเสียชีวิตเร็วได้

 

 

รักษาได้อย่างไร

 

วิธีการรักษามีหลายวิธี หากพบเนื้องอกมีขนาดเล็กหรือพบตั้งแต่เนิ่นๆ จะรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนในกรณีที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก ส่วนใหญ่จะไม่สามารผ่าตัดออกได้หมด อาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การฉายแสงหรือการรับประทานยา การฉายแสงนั้นมักไม่ใช่เป็นการรักษาเดี่ยวๆ และการฉายแสงแม้จะไปทำลายเนื้องอกก็จริง แต่ก็จะทำลายเซลล์ดีๆ ให้ตายไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อฮอร์โมนชนิดอื่นๆ เช่น ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับต่อมหมวกไต เป็นต้น ดังนั้น จึงจะใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายในการรักษา

 

 

ปัจจุบันการรักษาโรคเนื้องอกต่อมใต้สมองอะโครเมกาลี เริ่มนิยมใช้วิธีการรักษา โดยการฉีดยา ซึ่งยาออกฤทธิ์ต้านการสร้างฮอร์โมนโซมาโตสแตติน อะนาล็อก ที่ผิดปกติได้ และพบว่าเมื่อใช้ยาฉีดฮอร์โมนชนิดนี้ จะทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลง แม้ไม่ได้หายขาด แต่การรักษาด้วยยาจะช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้องอก ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกบรรเทาและมีชีวิตเหมือนคนปกติได้

 

 

สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากฝากไว้ก็คือ โรคนี้ถ้าพบเร็วโอกาสหายขาดก็สูง ดังนั้น จึงอยากให้สังเกตความผิดปกติที่ชวนสงสัยว่าอาจเป็นโรคนี้ สิ่งที่เห็นเด่นชัดคือ หากความสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่น ที่มีความสูงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ 10 เซนติเมตรต่อปีขึ้นไป ต้องตรวจหาความผิดปกติ ส่วนในผู้ใหญ่หากพบมือเท้าใหญ่ นิ้วมือใหญ่ใส่แหวนคับขึ้น ส้นเท้าใหญ่หรือฝ่าเท้ายืดผิดปกติ ต้องเปลี่ยนขนาดรองเท้าให้เป็นขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมักไม่พบในผู้ใหญ่ ใบหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม คางผิดปกติ หน้าผากโหนก จมูกใหญ่ ลิ้นคับปาก เสียงเปลี่ยน เมื่อท่านสงสัยว่าเป็นโรคนี้ ให้นำเอารูปเก่ามาดูเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของตนเอง ถ้าสงสัยว่ามีความผิดปกติให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษาต่อไป

 

 

ศ.นพ.ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ