Haijai.com


การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า


 
เปิดอ่าน 5677

นวดกดจุดฝ่าเท้า

 

 

นวดกดจุดฝ่าเท้า ในความเป็นจริงหากจะเรียกกันให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ควรใช้คำว่า “นวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า” เพราะมาจากคำว่า foot reflexology คือ การกดไปยังจุดที่เป็นตัวแทนของอวัยวะบนฝ่าเท้า แล้วส่งเป็นปฏิกิริยาสะท้อน (reflex) ไปยังอวัยวะนั้นๆ เพื่อมุ่งหวังไปสู่การบำบัดและบรรเทาอาการของแต่ละปัญหาการเจ็บป่วย ในขณะที่การนวดฝ่าเท้า (foot massage) เป็นการนวดที่ไม่ได้เน้นว่าจุดใดที่เราต้องการไปให้ถึง ส่วนใหญ่เป็นการนวดเพื่อการผ่อนคลาย การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าถือเป็นกิจกรรม หรือการรักษาอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีหลักฐานการพัฒนามาจากแพทย์แผนจีน แพทย์อียิปต์ และอินเดีย ว่าสามารถใช้บรรเทาและรักษาอาการต่างๆ ขณะที่ทุกประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบเอเชีย ยุโรป อเมริกา ได้นำมาใช้ในการดูแลสุขภาพ ในประเทศไทยก็มีการบริการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าเกิดขึ้นมากมาย

 

 

หลายคนเกิดข้อคำถามว่าการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้น นอกจากให้ความสุขสบายแล้ว สามารถนำไปสู่การบำบัดรักษาหรือบรรเทาอาการต่างๆ ได้จริงหรือ ในความเป็นจริงแล้วการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ามีอยู่ 3 ระดับ ในระดับแรกเป็นการนวดเพื่อการผ่อนคลาย ระดับต่อมาเป็นการนวดเพื่อบรรเทาอาการ ระดับสูงสุดจะเป็นการนวดเพื่อการรักษา ดังนั้นในแต่ละระดับจึงมี ความจำเป็นที่ต้องศึกษาและเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การฝึกปฏิบัติได้อย่างถูกหลักการและปลอดภัย

 

 

หลักการนวดกดจุดสะท้อน

 

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าเป็นเรื่องของการถ่ายทอดพลังผ่านเส้นโคจรพลัง (Meridian line) พลังนั้นต้องถ่ายทอดให้ถูกทิศ โดยมีหลักการว่า ารนวดนั้นต้องมีทิศทางที่ไปเสริมให้พลังชี่ (Chi) เดินทางเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น เพื่อให้การไหลเวียนของพลังหมุนเวียนได้ดี ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่าถ้าพลังในร่างกายไหลเวียนดีไม่ติดขัด บุคคลผู้นั้นจะมีสุขภาพดีและแข็งแรง

 

 

ในระหว่างการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้น ผู้นวดจะรับรู้ได้ว่าพลังติดขัดตรงจุดไหน นั่นคือการตรวจพบเม็ดทราย (micro crystal) โดยการรับรู้ขณะกดจุด มีเสียงดังกึกๆ (click sound) ซึ่งเม็ดทรายนี้จะเป็นสาเหตุไปอุดกั้นทางเดินของพลังชี่ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้นในจุดนั้นหรืออวัยวะนั้น หลายคนสงสัยว่าเม็ดทรายเกิดจากอะไร เชื่อว่าเกิดจากความเครียดแล้วมีการหลั่งกรดแล็คติค หรือเกิดจากการสะสมกรดยูริค หรือแคลเซียมไปจับเกาะเส้นโคจรพลัง ผู้นวดที่มีความชำนาญสามารถไปทำให้เม็ดทรายนั้นแตกออก ช่วยให้พลังไหลเวียนสะดวกขึ้น เมื่อเม็ดทรายแตกแล้วจะไปไหน เม็ดทรายเล็กๆ สามารถดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสโลหิตและถูกขับออก โดยไตมากับน้ำปัสสาวะ ดังนั้น ภายหลังการนวดเสร็จแล้ว จึงมีการกระตุ้นให้ผู้ได้รับการนวดดื่มน้ำอุ่น เพื่อขับไล่เม็ดทรายเล็ก ออกมาพร้อมปัสสาวะ และน้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำอุ่นด้วยในเวลาเดียวกัน เพื่อเสริมให้พลังไหลเวียนดีขึ้น

 

 

ประโยชน์ของการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

 

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้ามีประโยชน์ในการปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น อวัยวะใดที่ทำหน้าที่บกพร่องหรือน้อยกว่าปกติ การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าสามารถไปกระตุ้นการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ให้อยู่ในสภาวะสมดุลได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนไทรอกซินออกมามากกว่าปกติ การนวดกดจุดสะท้อนจะไปปรับสมดุลให้การทำหน้าที่ของต่อมไทรอยด์เข้าสู่ปกติ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาโรคต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่น้อยกว่าปกติ (hypothyroid) การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าสามารถช่วยปรับสมดุลให้ต่อมไทรอยด์กลับมาทำหน้าที่เป็นปกติได้ ตรงนี้คือประโยชน์ของการกดเพื่อปรับสมดุลในการทำงานของอวัยวะต่างๆ

 

 

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าหากทำเป็นประจำสม่ำเสมอจะช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้อายุยืน ไม่แก่เร็ว นอกจากนี้ยังช่วยขับสารพิษต่างๆ ออกมากับระบบทางเดินปัสสาวะได้ด้วย ช่วยให้แผลหายเร็ว และแก้ปัญหาการนอนไม่หลับได้อีกด้วย หากจะมองโดยภาพรวมแล้วการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้น ให้ประโยชน์กับร่างกาย จิตใจ สังคม รวมทั้งจิตวิญญาณในเชิงองค์รวม ดังนี้

 

 ทางด้านร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการและรักษาหากทำโดยผู้มีความรู้จริง

 

 

 ทางด้านจิตใจ ผู้ได้รับการนวดจะรู้สึกผ่อนคลาย สุขสบายอารมณ์ดี

 

 

 ทางด้านสังคม เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นวดและผู้ได้รับการนวด สร้างความรู้สึกผูกพัน โดยเฉพาะถ้าลูกนวดให้คุณพ่อคุณแม่ หรือภรรยานวดให้สามี หรือสามีนวดให้ภรรยา เหล่านี้ล้วนเป็นความรู้สึกในเชิงบำบัด (therapeutic relation) ที่เพิ่มสายใยรักแห่งครอบครัว

 

 

 ด้านจิตวิญญาณ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อความศรัทธา หากผู้นวดเชื่อว่าการนวดเป็นสิ่งที่ดี จะมีส่วนทำให้จักระ (Chakra) ในร่างกาย (เป็นตัวแทนของอวัยวะในร่างกาย มีทั้งหมด 7 จักระ อยู่บนแนวกระดูกสันหลัง แต่ละจักระเป็นตัวแทนของแสงแต่ละสี) เปิดรับพลังจากผู้นวดได้ ประสิทธิผลของการนวดก็จะมีคุณภาพดี ในเวลาเดียวกันผู้นวดมีความตั้งใจในการนวดคือให้พลังที่ดี มีเจตนาที่ดีในการช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้น และหากทั้งผู้นวดและผู้ได้รับการนวดมีใจเป็นสมาธิ กระบวนการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าจะได้ประโยชน์สูงสุด ตัวอย่างการใช้จักระในการนวดจุดสะท้อน เช่น จักระที่อยู่ที่หัวแม่เท้า เป็นจักระมีแสงสีม่วง ซึ่งเป็นตัวแทนของสมองเรียกว่า Crown Chakra หากมีปัญหาเรื่องของการนอนไม่หลับ การกดเน้นที่หัวแม่เท้า จะเป็นการไปกระตุ้นต่อมพิทูอิทารีให้หลั่งสารสุขที่เรียกว่า เอ็นดอร์ฟิน ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย นอกจากนี้เมื่อจักระนี้ เป็นตัวแทนของแสงสีม่วง ดังนั้น บรรยากาศที่จะสร้างความสงบให้กับผู้ป่วยจึงควรเสริมด้วย แสงสีม่วงและผสมผสานด้วยกลิ่นที่หอมเย็นจากลาเวนเดอร์ที่มีแสงสีม่วง

 

 

จุดต่างๆ บนฝ่าเท้า

 

เท้าปกติแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

 

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

 

 

ส่วนที่ 1 เปรียบได้กับอวัยวะในช่องอก มีสีชมพูอ่อนๆ เนินเต็มไม่เหี่ยว

 

ส่วนที่ 2 เปรียบได้กับอวัยวะช่องท้องส่วนบน มีสีจางกว่า

 

ส่วนที่ 3 เปรียบได้กับอวัยวะช่องท้องส่วนล่าง มีสีชมพูอ่อนๆ เนินเต็มไม่เหี่ยว

 

 

ก่อนที่จะนำไปสู่การดูแลบรรเทาอาการต่างๆ ต้องรู้ว่าภายใต้ฝ่าเท้ามนุษย์เรานั้น มีจุดใดเป็นตัวแทนอวัยวะใดบ้าง เมื่อหงายฝ่าเท้าขึ้นมา หากเราแบ่งฝ่าเท้าออกเป็น 3 ส่วน โดยลากเส้นที่หนึ่ง จากเนินใต้หัวแม่โป้งไปยังฝั่งนิ้วก้อย พื้นที่เหนือเส้นที่หนึ่งนี้เปรียบได้กับช่องอก จากนั้นลากเส้นที่สองเหนือเส้นเท้า พื้นที่ใต้เส้นที่สองนี้คือ อวัยวะช่องท้องส่วนอุ้งเชิงกราน ใต้เส้นที่หนึ่งและเหนือเส้นที่สองคือ พื้นที่ตรงกลางฝ่าเท้า เปรียบได้กับอวัยวะช่องท้องส่วนบน หากจะสังเกตดูสีใต้ฝ่าเท้า พื้นที่ส่วนที่หนึ่งควรมีสีชมพู เนินใต้หัวแม่โป้งต้องเต็ม ไม่เหี่ยว ไม่มีรอยย่น พื้นที่ตรงกลางมีสีขาวกว่า และส่วนล่างสุดคือ บริเวณส้นเท้าควรมีสีชมพูเช่นกัน หากผิดไปจากนี้แสดงว่าสุขภาพไม่สู้ดีนัก

 

 

เมื่อรู้จักสังเกตสีของฝ่าเท้าและรอยหวำลึกของเส้นบนฝ่าเท้าแล้ว จำเป็นต้องรู้จักจุดต่างๆ ภายใต้ฝ่าเท้าที่เป็นตัวแทนของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย จุดภายใต้ฝ่าเท้ามี 62 จุด และเมื่อนวดครบแล้ว จะกระตุ้นเพิ่มอีก 26 จุด และหากจะทำการนวดเพื่อบรรเทาอาการจะเพิ่มตามปัญหาสุขภาพ เช่น หากผู้ป่วยมีอาการปวดจากโรคใดๆ ก็ตามจะนวดเพิ่มอีก 11 จุด หรือกรณีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ต้องนวด 12 จุด หรือผู้ป่วยเบาหวานต้องการลดน้ำตาลในเลือด และลดอาการชาต้องนวดเพิ่มอีก 13 จุด ซึ่งแต่ละโรคแต่ละปัญหาสุขภาพจะนวดกดจุดแตกต่างกันไป จะเป็นจุดไหนบ้าง เก็บไว้กล่าวรายละเอียดในคราวหน้าค่ะ จุดต่างๆ เหล่านี้ ผู้ป่วยสามารถเรียนรู้และนำไปสู่การนวดเพื่อดูแลตนเองได้

 

 

ข้อพึงปฏิบัติและข้อควรระวังในการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า

 

การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้น สามารถนวดได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกช่วงอายุ แม้กระทั่งเด็กเล็กแรกเกิดหรือเด็กคลอดก่อนกำหนด ก็สามารถนวดเพื่อกระตุ้นพัฒนาการได้ เพียงแต่น้ำหนักที่ลงจะแตกต่างกันไป ในเด็กเล็กจะไม่ใช้ไม้ในการกดจุดสะท้อน เนื่องจากว่าเด็กเล็กจะเจ็บง่ายกว่าผู้ใหญ่ รวมทั้งเนื้อเยื่อต่างๆ ยังอ่อนนุ่ม จึงไม่ควรใช้ไม้ หากเป็นผู้ใหญ่ให้ใช้ไม้กดจุดจะดีกว่า แรงที่ส่งไปยังจุดที่เป็นตัวแทนของอวัยวะต่างๆ จะได้ลึกและแรงกว่า นอกจากนี้การใช้ไม้ยังเป็นการช่วยผ่อนแรงให้กับผู้นวดด้วย เพราะการที่ผู้นวดใช้ข้อนิ้วมือในการกดบ่อยๆ นานเข้า ผู้นวดจะเกิดปัญหาข้อนิ้วเสื่อมตามมา ซึ่งบริเวณข้อนิ้วที่ใช้งานมากจะเห็นกระดูกงอก ปูดโปนขึ้นมา ซึ่งภาษาทางการแพทย์บอกว่ามี Bone Hyperplasia จากการใช้งานมากกว่าปกติ (Over use) ในส่วนข้อพึงปฏิบัติและควรระวังในการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้านั้น มีดังนี้

 

 ไม่ทำการนวดในกรณีอิ่มข้าวใหม่ๆ เพราะอาจมีผลให้ผู้ป่วยผะอืดผะอม อึดอัด ไม่สบายท้อง บางรายอาจอาเจียนได้ ดังนั้น จึงควรนวดหลังอิ่มข้าวอย่างน้อย 15-20 นาที

 

 

 ในระหว่างกระบวนการนวดผู้ป่วยจะผ่อนคลาย รู้สึกง่วงนอน ผู้นวดไม่ควรชวนผู้ถูกนวดคุย ควรปล่อยให้ผู้ป่วยได้พัก และตื่นมาพร้อมความสุขและมีสุขภาพดี

 

 

 บรรยากาศในการนวดควรสงบและผ่อนคลาย ผู้นวดจึงไม่ควรส่งเสียงดัง แสงไฟไม่ควรจ้าเกินไป ควรมีเสียงเพลงที่ช่วยเสริมการผ่อนคลาย และกลิ่นอโรมาที่สดชื่นผ่อนคลาย เช่น ลาเวนเดอร์ ไม่แนะนำให้ใช้อโรมาที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้น เช่น โรสแมรี เป็นต้น

 

 

 ห้ามนวดในผู้ที่มีแผลเปิดตรงบริเวณที่จะทำการนวด เพราะแผลอาจติดเชื้อได้

 

 

 ไม่นวดในสตรีตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก เพราะจะทำให้เกิดการแท้งได้

 

 

 ห้ามนวดในคนที่มีหลอดเลือดดำอักเสบ เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดวิ่งไปอุดที่เส้นเลือดหัวใจ

 

 

 ห้ามนวดในผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย เช่น ผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำ เป็นโรคฮีโมฟิลเลีย หรือกรณีที่รับประทานยาที่มีผลต่อการจับเกาะของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน คลอพิโดเดรล เป็นต้น

 

 

เล่ามาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงเห็นแล้วว่า เท้านั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ สามารถบอกถึงภาวะสุขภาพของเจ้าของได้ เพราะเท้าสองข้างรวมกันเท่ากับคนหนึ่งคน เท้าซ้ายคืออวัยวะซีกซ้ายของเรา เท้าขวาคืออวัยวะซีกขวา ต่างกันนิดหนึ่งตรงที่เท้าซ้ายจะมีจุดที่เป็นตัวแทนของหัวใจ ส่วนเท้าขวามีตับและไส้ติ่ง และจุดต่างๆ เหล่านี้สามารถเรียนรู้และนำไปสู่การกดจุดสะท้อนเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น แบบไม่ใช้ยาให้กับตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้ หากผู้อ่านสนใจในศาสตร์นี้ ยินดีให้คำแนะนำเพื่อเป็นวิทยาทาน สามารถติดต่อได้ที่ ผศ.ดร.ลดาวัลย์ อุ่นประเสริฐพงศ์ นิชโรจน์ โทร.089-663-9727 หรือ E-mail : ladawal.unp@mahidol.ac.th

 

 

ผศ.ดร.ลดาวัลย์ อุ่นประเสริฐพงศ์ นิชโรจน์

ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์แบบผสมผสานกับการแพทย์ทางเลือก

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ