Haijai.com


งาขี้ม้อน Perilla frutescens


 
เปิดอ่าน 7282

งาขี้ม้อน

 

 

งาขี้ม้อน (Perilla frutescens) เป็นพืชที่ใช้เป็นทั้งสมุนไพรและอาหารในภูมิภาคเอเชีย ชาวเหนือนำงาขี้ม้อนมาคั่วแล้วตำคลุกกับข้าวเหนียว ชาวญี่ปุ่นใช้ใบชงเป็นชาสมุนไพร ส่วนชาวเกาหลีใช้ใบประกอบอาหาร ตำรายาจีนกล่าวว่าเมล็ดงาขี้ม้อนมีสรรพคุณละลายเสมหะ แก้ไอ ระบายท้อง ส่วนใบใช้รักษาโรคหวัดที่เกิดจากลมและความเย็น อาการแน่นหน้าอก และคลื่นไส้อาเจียน เมล็ดงาขี้ม้อนเป็นแหล่งที่ดีของกรดไขมันโอเมกา-3 งานวิจัยในสัตว์ทดลองได้พบฤทธิ์ที่น่าสนใจของงาขี้ม้อน ได้แก่ ฤทธิ์ต้านซึมเศร้าจากใบ ฤทธิ์ต้านภูมิแพ้จากใบและเมล็ด ส่วนที่เยอรมนีมีงานวิจัยในคนที่พบว่า สารสกัดใบงาขี้ม้อนช่วยบรรเทาอาการไม่สบายท้อง มีลมในท้องได้

 

 

ปัจจุบันสมุนไพรหลายชนิดได้กลับมาอยู่ในความนิยมอีกครั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร งาขี้ม้อนก็เป็นหนึ่งในสมุนไพรเหล่านั้น ดังจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์น้ำมันงาขี้ม้อนที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด งาขี้ม้อนเป็นพืชที่มีการใช้ทั้งในรูปแบบอาหารและสมุนไพรในแถบภาคเหนือ ชาวเมืองเหนือนำเมล็ดงาขี้ม้อนไปคั่ว ตำแล้วคลุกกับข้าวเหนียว หรือทำเป็น “ข้าวหนุกงา” โดยนำเมล็ดไปคั่ว ตำคลุกกับเกลือให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเอาข้าวเหนียวลงมาตำผสมกับเมล็ดและเกลือในครก

 

 

ในความเป็นจริง ถิ่นกำเนิดของงาขี้ม้อนไม่ได้จำกัดเฉพาะภาคเหนือของไทยเรา อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และบางมลรัฐของสหรัฐอเมริกาก็มีพืชชนิดนี้อยู่ ตำรายาจีนเรียกเมล็ดพืชชนิดนี้ว่า “ซูจื่อ” และกล่าวว่าซูจื่อมีคุณสมบัติอุ่น รสเผ็ด ช่วยละลายเสมหะ แก้ไอ แก้หอบ ระบายท้อง ส่วนการแพทย์แผนไทย นำน้ำมันงาขี้ม้อนมาบำรุงกำลังและแก้ท้องผูก นอกจากการใช้ประโยชน์จากเมล็ด ใบงาขี้ม้อนก็มีสรรพคุณแก้ไอและช่วยย่อยอาหาร ชาวญี่ปุ่นใช้ใบชงเป็นชาสมุนไพร ส่วนชาเกาหลีนำมาใช้เป็นอาหาร ใบงาขี้ม้อนนั้นภาษาจีนเรียกว่า “จื่อซู” มีคุณสมบัติอุ่น รสเผ็ด ขับเหงื่อ ใช้รักษาไข้หวัดที่เกิดจากลมและความเย็น อาการแน่นหน้าอกและคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากลมปราณติดขัดในม้าม และกระเพาะอาหาร

 

 

คุณค่าทางโภชนาการ

 

งาขี้ม้อน 100 กรัม ให้โปรตีน 15.7 กรัม ไขมัน 26.3 กรัม และคาร์โบไฮเดรต 37 กรัม มีฟอสฟอรัสและแคลเซียมสูง โดยงาขี้ม้อน 100 กรัม ให้แคลเซียม 410-485 มิลลิกรัม นอกจากนี้งาขี้ม้อนยังเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมกา-3 จากพืช โดยน้ำมันงาขี้ม้อนมีกรดไขมันชนิดนี้ร้อยละ 11-15 ส่วนใบงาขี้ม้อนมีสารหวาน น้ำมันหอมระเหยและสารในกลุ่มโพลีฟีนอล

 

 

ใบงาขี้ม้อน ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยซึมเศร้า

 

ใบงาขี้ม้อนมีสาระสำคัญที่ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ ดังแสดงให้เห็นในการศึกษาในสัตว์ทดลอง อี้และคณะนักวิจัยชาวจีนพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากใบงาขี้ม้อน สามารถลดอาการซึมเศร้าในหนูทดลองได้ เพียงแต่ต้องได้รับน้ำมันหอมระเหยประมาณ 3-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นการออกฤทธิ์ นอกจากนี้คณะนักวิจัยยังสังเกตด้วยว่า เมื่อสัตว์ทดลองได้รับแรงกดดันจนเกิดความเครียดนั้น โปรตีน BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยในการเจริญเติบโต และการอยู่รอดของเซลล์ประสาทจะมีปริมาณในสมองลดลง แต่เมื่อหนูได้รับน้ำมันหอมระเหยจากใบงาขี้ม้อน หรือยาต้านซึมเศร้าฟลูออกซิทีน (fluoxetine) แล้ว ผลกระทบของแรงกดดันต่อโปรตีนดังกล่าวจะลดลง

 

 

นากาซาวะและคณะนักวิจัยชาวญี่ปุ่นพบว่าอะพิจินิน (apigenin) ซึ่งเป็นสารสำคัญชนิดหนึ่งในน้ำมันหอมระเหยจากใบงาขี้ม้อน สามารถลดอาการซึมเศร้าในหนูทดลอง โดยมีกลไกที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณสารสื่อประสาทโดปามีนในสมองส่วนต่างๆ สิ่งที่น่าสังเกตประการหนึ่ง คือ การออกฤทธิ์ลดอาการซึมเศร้าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงที่ขนาด 25 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนูหนึ่งกิโลกรัม จะเป็นขนาดที่ออกฤทธิ์ดีสุด แต่พอให้อะพิจินินในขนาดสูงกว่านี้ การออกฤทธิ์กลับลดลงจนกลายเป็นว่า เมื่อให้อะพิจินินใน ขนาด 100 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนูหนึ่งกิโลกรัม แทบจะไม่เห็นผลการออกฤทธิ์ของอะพิจินิน

 

 

งาขี้ม้อนกับโรคภูมิแพ้

 

โรคภูมิแพ้และโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกัน นับเป็นปัญหาหนึ่งที่คุกคามคุณภาพชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน งาขี้ม้อนอาจจะเป็นคำตอบหนึ่งของปัญหาเหล่านี้ ชาวญี่ปุ่นใช้ใบงาขี้ม้อนแก้แพ้อาหารทะเล มากิโนะและคณะนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ทดสอบฤทธิ์ต้านภูมิแพ้ของใบงาขี้ม้อนในหนูทดลอง และพบว่า เมื่อให้สารสกัดใบงาขี้ม้อน โดยฉีดเข้าทางช่องท้องแล้ว สามารถลดการเกิดอาการภูมิแพ้ในหนูทดลอง สารออกฤทธิ์ของใบงาขี้ม้อน คือ กรดโรสมารินิค นอกจากนี้เติ้งและคณะนักวิจัยชาวจีนยังพบว่า เมื่อให้นูที่ถูกเหนี่ยวนำให้มีอาการแพ้รับประทานน้ำมันเมล็ดงาขี้ม้อน ก่อนสัมผัสสิ่งก่อภูมิแพ้ ปฏิกิริยาต่อสิ่งก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการหอบหืดจะลดลง ซึ่งอาจจะมาจากการที่น้ำมันเมล็ดงาขี้ม้อนอุดมด้วยกรดไขมันโอเมกา-3 อันมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างลิวโคไทรอีนและลดการอักเสบ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของการกดพยาธิสภาพของโรคหอบหืดในที่สุด

 

 

ฤทธิ์อื่นๆ ที่น่าสนใจของงาขี้ม้อน

 

นักวิจัยชาวเยอะมันได้ทดสอบถึงฤทธิ์ในการบรรเทาอาการไม่สบายท้องของสารสกัดใบงาขี้ม้อน ในผู้เข้าร่วมการวิจัยที่มีสุขภาพดี แต่มีปัญหาไม่สบายท้องจำนวน 47 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับสารสกัดวันละ 300 มิลลิกรัม 24 คน และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก 23 คน หลังจากการรักษาดำเนินไป 4 สัปดาห์ ผู้ที่ได้รับสารสกัดงาขี้ม้อนมีอาการต่างๆ ได้แก่ มีลมในท้อง มีก๊าซออกจากทางเดินอาหาร มีเสียงโครกครากในท้อง รู้สึกอืดแน่นและรู้สึกไม่สบายท้อง ดีขึ้นเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้นการศึกษา ในขณะที่ผู้ที่ได้รับยาหลอกมีเฉพาะอาการไม่สบายท้องเท่านั้นที่ดีขึ้น

 

 

นอกจากนี้งานวิจัยจากเกาหลีงานหนึ่ง ได้ศึกษาผลของสารสกัดใบงาขี้ม้อนในหนูทดลองที่อ้วน เนื่องจากได้รับอาหารที่มีไขมันสูง นักวิจัยได้แบ่งหนูทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มที่ได้รับอาหารปกติ กลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีไขมันสูง กลุ่มที่ได้รับอาหารไขมันสูง ซึ่งเสริมสารสกัดในขนาด 1% และ 3% หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ หนูที่ได้รับสารสกัดงาขี้ม้อน มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหนูที่ได้รับอาหารที่มีไขมันสูง และมีไขมันแทรกตับน้อยกว่า เมื่อพิจารณาค่าไขมันในเลือด งาขี้ม้อนช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลโดยรวม และไขมันตัวเลว

 

 

ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงให้เห็นว่างาขี้ม้อน มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชั่น (อาหารที่ให้ผลดีต่อสุขภาพด้านอื่นเช่น ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคบางโรค นอกจากผลดีโดยพื้นฐานตามสารอาหารที่มีอยู่) และอาจจะเป็นแหล่งของยาใหม่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนใหญ่ยังมาจากการทดลองในสัตว์ จึงยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ