Haijai.com


กัวซา ขูดผิว หยุดสารพัดโรค


 
เปิดอ่าน 1007

กัวซา ขูดผิว หยุดสารพัดโรค

 

 

กัวซาเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคจากภายนอก โดยใช้ทฤษฎีเส้นลมปราณตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เพื่อทะลวงเส้นลมปราณ ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ปรับการทำงานของอวัยวะภายในให้เป็นปกติ โดยไม่ต้องใช้ยา

 

 

ภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยก่อนเริ่มจากการใช้หินขูดร่างกาย หรือทำให้หินร้อนแล้วนำมาประคบ จนผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือแดงคล้ำ ลักษณ์คล้ายจ้ำเลือด เพื่อรักษาโรค ต่อมาในยุคราชวงศ์ถัง ได้มีการริเริ่มนำเส้นใยป่านตากแห้ง มัดเป็นกำมาใช้ขูด เพราะเป็นเส้นใยที่เหนียว ไม่ขาดง่าย และหาได้ทั่วไป โดยต้องนำเส้นใยป่านไปชุบน้ำ เพื่อเพิ่มความลื่น ป้องกันไม่ให้ผิวหนังถลอก เป็นแผลขณะทำกัวซา

 

 

หลักการของการกัวซา คือ การรักษาโรคจากเส้นผิวหนัง 12 เส้น แบ่งเป็นเส้นผิวหนังหยินมือ 3 เส้น เส้นผิวหนังหยางมือ 3 เส้น เส้นผิวหนังหยินเท้า 3 เส้น และเส้นผิวหนังหยางเท้า 3 เส้น ซึ่งเส้นผิวหนังทั้ง 12 เส้น จะเชื่อมกับเส้นลมปราณภายในและอวัยวะภายในทั้งหมด ฉะนั้นเมื่อร่างกายหรืออวัยวะภายในเกิดความผิดปกติขึ้น ก็จะแสดงออกมาที่ผิวหนัง ทำให้เราสามารถตรวจและรักษาโรคจากผิวหนังได้ โดยการกัวซา เพื่อรักษาอวัยวะภายในจากภายนอกนั่นเอง

 

 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราตากฝน เป็นหวัดแล้วไม่ได้รักษา ปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนปอดบวมนั่น คือ ความชื้นและความเย็นจากผิวหนัง ซึมผ่านรูขุมขนเข้ากระทบอวัยวะภายใน คือ ปอด การรักษาโดยการกัวซาจะไปช่วยเปิดรูขุมขน เพื่อขับของเสีย ความเย็น และความชื้นที่สะสมจากปอดออกมา

 

 

ขอสรุปหลักการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง เป็น 2 กรณี คือ

 

กรณีที่ 1 อาการที่ไม่ดี > ผิวหนัง ลมปราณไหลเวียนผิดปกติ > เลือดไหลเวียนผิดปกติ > อวัยวะทำงานผิดปกติ

 

กรณีที่ 2 อวัยวะทำงานผิดปกติ > เลือดไหลเวียนผิดปกติ > ลมปราณไหลเวียนผิดปกติ > ผิวหนังกดเจ็บ > สีเปลี่ยน บวม ตึง ฯลฯ

 

 

ส่วนหลักการรักษาแบบกัวซาสรุปได้ดังนี้

 

เปิดรูขุมขน > ทะลวงเส้นลมปราณ > กระตุ้นการไหลเวียนเลือด > ปรับการทำงานของอวัยวะภายในให้เป็นปกติ

 

 

ประโยชน์ของกัวซามีอยู่หลายด้าน ทั้งรักษาโรคได้มากมาย เช่น กลุ่มโรคอายุกรรมภายในและภายนอก โรคทางสูตินรีเวชและกุมารเวช เป็นต้น และยังสามารถกัวซา เพื่อบำรุงร่างกาย เสริมภูมิต้านทานป้องกันโรคได้อีกด้วย ดังนี้

 

 

ตารางแสดงระบบในร่างกายและตัวอย่างที่สามารถป้องกันและรักษาด้วยกัวซา

ระบบต่างๆ ในร่างกาย

โรคและอาการผิดปกติ

ทางเดินหายใจ

หวัด ไอ หลอดลมอักเสบ หืด ปอดอักเสบ

ทางเดินอาหาร

กระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน อาเจียน ลำไส้อักเสบ ท้องผูก ท้องเสีย ปวดท้อง

ทางเดินปัสสาวะ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อทางเดินปัสสาวะอักเสบ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่

ระบบประสาท

เวียนหัว ปวดหัว นอนไม่หลับ เหงื่อออกผิดปกติ เครียด

หัวใจและหลอดเลือด

ใจสั่น ความดันโลหิตสูง

การเคลื่อนไหว

เอ็นอักเสบเทนนิสเอลโบว์ (Tennis Elbow) ตกหมอน ปวดบ่า ปวดเอว เอวเคล็ด กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท

สูตินรีเวช

ประจำเดือนผิดปกติ ปวดประจำเดือน มารดาไม่มีน้ำนมหลังคลอด เต้านมอักเสบ

จักษุ โสต ศอ นาสิก ลาริงซ์

ปวดฟัน คอบวมอักเสบ ไซนัส เลือดกำเดาไหล หูมีเสียง เสียงแหบ

ต่อมไร้ท่อ

เบาหวาน

อื่นๆ

ลมแดด บวมน้ำ เสริมภูมิต้านทาน

 

 

ใครบ้างที่ไม่ควรทำกัวซา

 

ผู้ป่วยที่ไม่เหมาะกับการักษาด้วยกัวซาและข้อควรระวังมีดังนี้

 

1.ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบเลือด เช่น ผู้ป่วยลิวคีเมีย ภาวะเกล็ดเลือดต่ำและเลือดออกง่าย เป็นต้น

 

 

2.เป็นโรคติดต่อ โรคระบาด โรคหัวใจชนิดรุนแรง

 

 

3.ผู้สูงอายุ ผู้มีร่างกายอ่อนแอ สตรีมีครรภ์ สตรีในช่วงมีประจำเดือน

 

 

นอกจากนี้การกัวซายังมีข้อควรระวังอื่นๆ ด้วย คือ

 

1.หลีกเลี่ยงการกัวซาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนังชนิดลุกลาม เช่น ฝี หนอง ผิวหนังเป็นก้อนแบบที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

 

 

2.หลีกเลี่ยงการกัวซาบริเวณที่กระดูกหักในระยะแรก ต้องรอให้กระดูกติดก่อนถึงจะกัวซาได้

 

 

3.หลีกเลี่ยงการกัวซาบริเวณที่มีรอยแผลเป็น รอยแผลที่เพิ่งผ่าตัดไม่ถึง 2 เดือน รอยแผลผ่าตัดมะเร็ง

 

 

เทคนิคทำกัวซาให้ปลอดภัย

 

ข้อควรรู้สำหรับผู้ที่รับการรักษาด้วยการกัวซา

 

1.ไม่ควรทำกัวซาขณะที่ท้องว่าง หิว เพิ่งกินอาหารเสร็จ หรืออิ่มจนเกินไป ควรทำกัวซาหลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้ว อย่างน้อย 30 นาที และผู้ที่กลัว เนื่องจากอาจทำให้เป็นลมได้

 

 

2.กัวซาเป็นการเปิดรูขุมขน เพื่อระบายของเสียออกมา ถ้าถูกอากาศเย็นหรือความชื้นกระทบ อาจทำให้เกิดโรคใหม่ตามมา ดังนั้น ไม่ควรอาบน้ำ ตากลมและแอร์โดยตรงหลังจากทำกัวซาแล้ว 3 ชั่วโมง

 

 

3.กัวซาเปิดรูขุมขน เพื่อขับสารน้ำในร่างกายออกมาเป็นเหงื่อ ดังนั้น หลังจากที่กัวซาแล้วควรดื่มน้ำอุ่นหนึ่งแก้วและพักสักครู่

 

 

นี่คือคำแนะนำเบื้องต้รนสำหรับผู้อ่านที่คิดจะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีกัวซา ถึงอย่างนั้นขอย้ำว่าควรทำในสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

 

แพทย์จีนนภษร แสงศิวะฤทธิ์

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ