Haijai.com


โรคเก็บสะสมของ โรคชอบสะสมสิ่งของ


 
เปิดอ่าน 9677

โรคเก็บสะสมของ โรคชอบสะสมสิ่งของ

 

 

ทิ้งไม่ลง เป็นโรคจิต

 

Hoarding disorder หรือ โรคเก็บสะสมของ คือ การที่ผู้ป่วยเก็บข้าวของไว้มากเกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเองหรือผู้อื่น ซึ่งการเก็บข้าวของที่มากเกินไปนี้มักมีที่มาจากการที่ไม่สามารถตัดสินใจทิ้งของได้ แม้ของนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์ หรือมีโอกาสได้ใช้น้อยมากก็ตาม

 

 

หลายคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้างว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่สะสมของไว้ในบ้านชนิดเยอะมาก แบบล้นเต็มห้องจนไม่รู้ว่าอยู่ได้ยังไง คนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่น่าจะเข้าได้กับการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชที่เรียกว่า Hoarding disorder

 

 

Hoarding disorder เป็นโรคที่พึ่งถูกเพิ่มเข้าไปใหม่ในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM V) เมื่อปี พ.ศ. 2556 นี้เอง โดยก่อนหน้านี้ยังไม่มีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคนี้มาก่อน เดิมทีเชื่อว่าเป็นอาการแบบหนึ่งในโรคกลุ่มย้ำคิดย้ำทำ ด้วยเหตุว่าเป็นโรคใหม่ในภาษาไทยจึงไม่มีศัพท์ที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการ ดังนั้นในบทความนี้ผมเลยตั้งชื่อเองไปก่อนว่า “โรคเก็บสะสมของ”

 

 

การศึกษาในต่างประเทศพบว่าโรคเก็บสะสมของพบได้ประมาณ 2-5% ในคนทั่วไป และพบได้เท่าๆ กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง คนที่เป็นส่วนใหญ่มักเป็นคนโสด (ถ้าอ่านอาการแล้วจะเข้าใจครับว่า ทำไมส่วนใหญ่ถึงโสด) โดยอาการมักจะเริ่มเป็นตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นต่อเนื่องไปตลอด

 

 

โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

เนื่องจากเป็นโรคที่ค่อนข้างใหม่ จึงมีข้อมูลการศึกษาน้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ แต่จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า กรรมพันธุ์น่าจะมีส่วนต่อการเกิดโรค เนื่องจาก 80% ของผู้ป่วยจะมีญาติสายตรงที่มีอาการคล้ายๆ กัน การศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ทางสมองพบว่า สมองบางส่วน (ส่วน cingulated cortex และ occipital lobe) ของผู้ที่เป็นโรคนี้มีการทำงานลดลง ซึ่งน่าจะส่งผลต่อการคิดและการตัดสินใจ

 

 

ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการแบบใด

 

โรคเก็บสะสมของจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้

 

 เก็บของไว้มากเกินไป แม้ว่าของนั้นจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์ หรือมีโอกาสใช้ประโยชน์น้อยมาก

 

 

 มีความยากลำบากในการทำใจที่จะทิ้งของ (ตัดใจทิ้งของไม่ได้) โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากความคิดว่า “ยังอาจจำเป็นต้องใช้” “อาจจะได้ใช้” หรือทิ้งแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ

 

 

 ของที่สะสมมีเยอะมากจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือทำให้เกิดอันตราย เช่น วางบนพื้นห้องจนไม่มีที่เดิน กองวางท่วมล้นบนโต๊ะทำงานจนทำงานบนโต๊ะไม่ได้ หรือของเยอะจนทำให้เจ็บป่วยบ่อย โดนของที่สะสมโค่นทับ เป็นต้น

 

 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ และมองว่าการเก็บของของตัวเองนั้นสมเหตุสมผล (แต่คนส่วนใหญ่จะไม่คิดอย่างนั้น) คนที่มักทนไม่ได้คือคนที่อยู่ด้วยหรือเพื่อนบ้าน สิ่งสะสมที่พบได้บ่อย ได้แก่ หนังสือ นิตยสาร เสื้อผ้า ถุงพลาสติก และขวดต่างๆ ซึ่งการเก็บของนี้จะเยอะเกินกว่าปกติของคนทั่วไป เช่น เก็บจนล้นกองเต็มทั่วบ้าน เป็นต้น (ในคนปกติบางคนอาจจะสะสมของบางอย่าง เช่น ชอบสะสมหนังสือ แต่จัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคเก็บสะสมของ)

 

 

การสะสมของจำนวนมากๆ แบบนี้ หลายครั้งมักทำให้เกิดอันตรายตามมา เช่น พบว่าผู้ป่วยบางรายมาโรงพยาบาลเพราะบาดเจ็บจากการถูกของล้มทับ (เช่น กองหนังสือเป็นตั้งไว้สูงท่วมหัว แล้วหนังสือล้มทับใส่) ห้องรกสกปรกจนทำให้เกิดโรคติดเชื้อหรือมีกลิ่นเหม็นมาก

 

 

โดยทั่วไปโรคสะสมของนี้มักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต เพียงแต่โดยส่วนใหญ่ตอนวัยรุ่นอาจจะไม่เป็นปัญหารุนแรงมากนัก เพราะของที่สะสมมักจะยังไม่มาก แต่จะเริ่มเป็นปัญหาหนักเมื่อวัยผู้ใหญ่ เพราะของที่สะสมมักจะเยอะมาก ส่วนใหญ่พบว่าโรคจะเป็นลักษณะเรื้อรัง ไม่หายขาด โดยอาการอาจจะเป็นมากขึ้นเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงที่มีความเครียดมักจะมีการสะสมของมากขึ้น โรคที่มักพบร่วมกับโรคสะสมของ ได้แก่ โรคย้ำคิดย้ำทำ พบว่าคนที่เป็นโรคนี้เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำร่วมด้วยมากถึง 30% นอกจากนี้อาการสะสมของ อาจพบได้บ้างในผู้ป่วยโรคจิตเภท และโรคสมองเสื่อม

 

 

โรคนี้การรักษาด้วยยาพบว่าได้ผลเพียงนิดหน่อย โดยยาที่ใช้เป็นยากลุ่มยาต้านเศร้า การรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือ การสอนการตัดสินใจ (ในการเก็บหรือทิ้งของ) การจัดกลุ่ม และการสอนวิธีการเก็บของที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงฝึกให้ทนได้กับการทิ้งของ ซึ่งพบว่าวิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดของที่สะสมลงได้เกือบ 1 ใน 3 ซึ่งก็ถือว่ามากแล้ว

 

 

นพ.ธรรมนาถ เจริญบุญ

จิตแพทย์

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ