Haijai.com


ปล่อยหินปูนเกาะฟัน ระวังโรคปริทันต์อักเสบ


 
เปิดอ่าน 4425

ปล่อยหินปูนเกาะฟัน ระวังโรคปริทันต์อักเสบ

 

 

“ไม่ได้ปวดฟัน ทำไมต้องไปหาหมอฟัน” เป็นประโยคที่คุ้นเคยกันไหมคะ การพบทันตแพทย์นั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดโรค หรืออาการเกี่ยวกับฟัน หรือช่องปากก่อน เพราะในทุกๆ วันจะมีบางสิ่งก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “คราบหินปูน” การปล่อยทิ้งไว้ นอกจากทำให้เกิดกลิ่นปาก และสูญเสียความมั่นใจในรอยยิ้มแล้ว หินปูนอาจทำให้คุณกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบได้อีกด้วย

 

 

คราบหินปูนคืออะไร

 

คราบหินปูนเกิดจากการที่ในแต่ละวันเราทำความสะอาดช่องปากได้ไม่ดี จนเกิดคราบจุลินทรีย์ และเมื่อแร่ธาตุจากน้ำลายเข้าไปเกาะที่คราบจุลินทรีย์ จึงเกิดการแข็งตัวเป็นหินปูน และเมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน คราบจุลินทรีย์จะสะสมที่บริเวณขอบเหงือก ทำให้เหงือกเกิดการอักเสบ เปิดออกจากผิวรากฟัน ทำให้คราบจุลินทรีย์ที่เคยอยู่บนเหงือกจะสะสมอยู่ที่ใต้เหงือกด้วย

 

 

คราบจุลินทรีย์นั้นจะเริ่มจับตัว หลังจาก 4-5 ชั่วโมง โดยจะเริ่มจับตัวจนสามารถเห็นหรือเขี่ยติด ประมาณ 24 ชั่วโมง จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงต้องแปรงฟันทุกวัน เพราะต้องกำจัดคราบจุลินทรีย์นั่นเอง หากปล่อยทิ้งไว้ ทำความสะอาดไม่ถูกวิธี หรือไม่ได้ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟัน คราบจุลินทรีย์ก็สะสมต่อเนื่อง กลายเป็นหินปูนแข็ง ซึ่งไม่สามารถเอาออกได้เอง และเป็นสาเหตุที่ต้องไปพบทันตแพทย์ เพื่อขูดหินปูน

 

 

คราบหินปูน ตัวการเหงือกอักเสบ

 

หากปล่อยหินปูนทิ้งไว้ ไม่ได้ขูดหินปูนตามคำแนะนำทุก 6 เดือน จนเหงือกมีคราบจุลินทรีย์ลงไปที่ใต้เหงือกแล้ว หินปูนที่มีรูพรุนจะทำให้คราบจุลินทรีย์สะสมมากขึ้น เหงือกก็จะอักเสบมากขึ้น จนทำลายกระดูกเบ้าฟัน เกิดเป็นโรคปริทันต์อักเสบ หรือเหงือกอักเสบ ขึ้นมา จะรู้สึกปวดรำคาญเวลาเคี้ยว มีกลิ่นปาก หากเป็นมากฟันจะเริ่มโยก ซึ่งยากที่จะแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ซึ่งปกติแล้ว จะไม่มีระยะเวลาที่บอกได้ว่า ต้องสะสมหินปูนนานแค่ไหน ถึงเป็นโรคปริทันต์อักเสบ เนื่องจากปัจจัยส่วนบุคคล การต้านทานการเกิดโรคของเขามีมากน้อยแค่ไหน บางคนมีหินปูนหนามาก แต่เหงือกไม่ได้อักเสบมาก และการพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน ก็จะสามารถป้องกันเรื่องโรคปริทันต์อักเสบได้

 

 

แปรงฟันให้ถูกวิธี และใช้ไหมขัดฟัน ช่วยลดการเกิดหินปูนได้

 

เริ่มแรกต้องเข้าใจก่อนว่า หินปูนคือ การแข็งตัวของคราบจุลินทรีย์ วิธียับยั้งการเกิดคราบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ทำความสะอาดช่องปากไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน การใช้น้ำยาบ้วนปาก เป็นแค่การช่วยเสริม เพราะว่าคราบจุลินทรีย์เหนียว เกาะติดที่ฟัน การใช้น้ำยาบ้วนปากเข้าไปอมบ้วน จึงไม่สามารถขจัดคราบจุลินทรีย์ได้ และไม่ได้ช่วยป้องกันการลดหินปูน

 

 

วิธีการแปรงฟันให้ถูกวิธีคือ ให้แปรงสีฟันสัมผัสผิวฟันอย่างทั่วถึง ควรเลือกแปรงที่มีหน้าตัดเรียบเสมอกัน แปรงให้ถูกจุดก็คือแปรงที่ขอบเหงือก หรือคอฟันด้วย ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดร่วมด้วย เพราะไหมขัดฟันจะช่วยทำความสะอาดซอกฟันในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึงได้ดี

 

 

โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอ และควรระวังเรื่องอาหาร มีส่วนช่วยในการเกาะติดของคราบจุลินทรีย์ เช่น คาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล จะทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์ได้เร็วขึ้น โดยต้องควบคุมเรื่องอาหารด้วย หากยังมีคราบหินปูน ควรปรึกษาทันตแพทย์ดีที่สุดในการปรึกษาเรื่องการทำฟัน ท้ายที่สุด การไปขูดหินปูนตั้งแต่เนิ่นๆ และสะอาดหมดจด จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกได้

 

 

ทพญ.ศานุตย์ มังกรกาญจน์

ทันตแพทย์ ศูนย์ทันตกรรม

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ