Haijai.com


ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วภัยร้ายอันตราย


 
เปิดอ่าน 67152

ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน ความเชื่ออันตราย

 

 

การดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เป็นเรื่องที่กำลังฮิตในสังคมไทยและสังคมโลก เนื่องจากมีการเผยแพร่เรื่องนี้ทางสื่อออนไลน์กันมาก จึงมีประชาชนทั่วโลกหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก นักเขียน นักเทศน์ หรือแม้แต่วิปัสสนาจารย์บางคนก็ยังเอาไปเผยแพร่ให้สาวกฟังว่า ควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว บางคนเขียนว่าให้พกน้ำติดมือไปกินทุกแห่งทุกที่ทุกโอกาส นักวิชาการได้ทำการค้นคว้าแล้วไม่พบข้อมูลว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อาจจะเป็นอันตราย เนื่องจากเมื่อดื่มน้ำมาก ระดับโซเดียมในเลือดจะลดลง มีผลให้น้ำเคลื่อนตัวเข้าสู่เซลล์ ทำให้เซลล์บวมน้ำ ถ้าเป็นเซลล์อื่นๆ ก็ไม่ค่อยเป็นอะไรเท่าไร แต่ถ้าเป็นเซลล์สมองจะมีอาการมาก เพราะสมองอยู่ในกะโหลกที่ไม่ขยายตัวรองรับการบวม มันจึงกดการทำงานของสมอง เกิดอาการทางสมองที่เรียกว่า “น้ำเป็นพิษ” ซึ่งถ้าเป็นมากและรักษาไม่ทันอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

 

ทุกวันนี้มีข่าวสารทางการแพทย์แพร่ไปในสื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อีเมล ไลน์ หนังสือพิมพ์ กูเกิล วิกิพีเดีย หรือสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่ไม่มีใครควบคุมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อหลงจ่ายเงินซื้อยาซื้ออาหารเสริมกันมากมาย มีอยู่หลายเรื่องเป็นการให้ข้อมูลความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เช่น การดื่มน้ำมากๆ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว

 

 

ความคิดเรื่องการดื่มน้ำให้เพียงพอดูเหมือนจะขยายไปทั่วโลก เนื่องจากประเทศใหญ่ๆ เขาทำกัน เพราะตอนนี้ประเทศเหล่านั้นกำลังเป็นห่วงว่าเด็กๆ ของเขาจะมีภาวะขาดน้ำกันมาก อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป เมื่อไม่นานมานี้มีการโต้เถียงกันเรื่องประชากรเด็กของเขา มีภาวะขาดน้ำกันมากหรือไม่ มีการศึกษาหนึ่งตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Public Health Researchers ใช้ข้อมูลจากการสำรวจของ National Health and Nutrition Survey ตั้งแต่ปี 2009 – 2012 ซึ่งใช้ตัวเลขการตรวจความเข้มข้นของปัสสาวะเด็กที่เรียกว่า ออสโมลาริตี (osmolarity) ตัวเลขออสโมลาริตีนี้ยิ่งมากยิ่งหมายถึง มีภาวะขาดน้ำมากโดยใช้ตัวเลข 800 มิลิออสโมลต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม เป็นตัวตัดสิน ถ้าความเข้มของปัสสาวะเท่ากับหรือมากกว่านี้เขาถือว่ามีภาวะขาดน้ำ

 

 

การใช้ตัวเลข 800 มิลิออสโมลมาตัดสินภาวะขาดน้ำเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้มาก นักวิชาการหลายคนกล่าวว่าขนาดตัวเลข 1,200 มิลิออสโมลยังอยู่ในเกณฑ์ปกติในตำราสรีรวิทยา และหมอเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้การตรวจปัสสาวะดังกล่าวเป็นตัวตัดสิน ว่าเด็กมีภาวะขาดน้ำหรือไม่ เขาโต้แย้งว่าการตรวจปัสสาวะเพื่อหาความเข้มข้นดังกล่าว จึงเป็นการหาเรื่องให้คำนิยามให้คนปกติเป็นโรคขึ้นมา

 

 

ไม่ใช่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่เป็นกังวลว่าเด็กจะขาดน้ำ ในฝรั่งเศสก็มีการศึกษาเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยใช้ความเข้มข้นของปัสสาวะที่ 800 มิลิออสโมลมาเป็นตัวตัดสิน หลังจากศึกษาแล้วเขาก็ได้ข้อสรุปว่า “ลูกหลานของเราส่วนใหญ่ 2 ใน 3 ขาดน้ำ”

 

 

ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ วารสารการสาธารณสุขได้ประกาศว่า เด็กที่ลอสแองเจลิสและนิวยอร์กดื่มน้ำกันน้อยเกินไป แม้แต่สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ นางมิเชล โอบามา ก็ออกมารณรงค์ให้เด็กอเมริกันดื่มน้ำกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่

 

 

คนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ก็มีมากเช่นกัน เพราะความรู้เรื่องการดื่มน้ำวันละ 8 แก้วในผู้ใหญ่ ได้รับการเผยแพร่ต่อๆ กันไป (ก่อนจะมีกระแสกังวลเรื่องเด็กขาดน้ำ) แม้แต่ในประเทศพัฒนาอย่างสหรัฐอเมริกาก็มีความเชื่อและเผยแพร่เรื่องนี้กันมาก อาจจะเป็นเพราะประเทศใหญ่ๆ เป็นเสียเองอย่างนี้ ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย จึงมีคนเชื่อตามกันมาก นักเขียนไทยบางคนเป็นเอามากถึงขนาดเชียร์ให้คนอ่านพกน้ำติดมือไปไหนมาไหน ดื่มทุกโอกาสที่ทำได้ แม้แต่พระนักเทศน์และวิปัสสนาจารย์บางคน ก็พูดเชียร์ให้สาวกดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

 

 

การดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว (แก้วละ 250 ซีซี) นั้นมากเกินไป นักวิชาการหลายคนสงสัยเรื่องนี้กันมาก หมอผู้เชี่ยวชาญโรคไตคนหนึ่งได้ลงทุนทำการค้นวารสาร หาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อดูว่ามีข้อมูลอะไรที่สนับสนุนการดื่มน้ำวันละ 8 แก้วบ้าง ปรากฏว่าหาไม่พบ เขาตีพิมพ์เรื่องนี้ในวารสารทางสรีรวิทยาของอเมริกันในปี 2002 อีกคนหนึ่งเป็นนักเขียนในนิวยอร์กไทมส์ ชื่อ Aaron E. Carrol ได้ร่วมค้นคว้ากับเพื่อนแล้วตีพิมพ์ในวารสาร The BMJ. ในปี 2007 (เกี่ยวกับความเชื่อผิดๆ ทางการแพทย์ ) เขาก็ไม่พบข้อมูลสนับสนุน แต่พบว่ามีคนเชื่อว่าเรื่องนี้มาจากคำแนะนำของคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสหรัฐอเมริกาในปี 1945 ที่แนะนำว่าคนเราต้องการน้ำวันละ 2.5 ลิตร หรือ 2,500 ซีซี คนอ่านถึงตรงนี้แล้วก็นำข้อความนี้ไปตีความ โดยไม่สนใจข้อความต่อไปที่ว่า ส่วนมากน้ำมีอยู่ในอาหารที่เรากินอยู่แล้ว เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม ผัก ผลไม้ และมีน้ำออกมาจากปฏิกิริยาทางเคมีการเผาผลาญ (เมตาบอลิซึม) ของสารอาหารด้วย คนเราจึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำมากถึง 2,500 ซีซี แต่มีคนไปตีความผิดๆ ว่า ต้องดื่มวันละ 8-10 แก้ว (แก้วละ 250 ซีซี)

 

 

ดื่มน้ำมากเกินมีอันตราย

 

ก่อนอื่นเราควรมาทำความเข้าใจเรื่องสารเกลือแร่ในเลือดกันเสียก่อน สารเกลือแร่ตัวสำคัญของเรื่องนี้คือ โซเดียม เพื่อความเข้าใจถึงอันตรายของการดื่มน้ำมากๆ กล่าวคือ ปกติน้ำในร่างกายของเราจะอยู่ไปทั่วทั้งในเซลล์และนอกเซลล์ ส่วนที่อยู่นอกเซลล์อาจจะอยู่ในระบบไหลเวียนหรือในหลอดเลือด หรืออีกส่วนหนึ่งคือในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (นอกหลอดเลือด) สารโซเดียมส่วนใหญ่จะอยู่นอกเซลล์ (อยู่ในเซลล์น้อย) สารตัวนี้มีความสำคัญตรงที่มีฤทธิ์ออสโมสิสดูดน้ำเข้าหาตัว (มี osmolarity สูง) ถ้ามีสารตัวนี้ในเลือดสูง (นอกเซลล์) มันจะดูดน้ำออกจากเซลล์ เช่น เวลาเรากินเกลือ (มีโซเดียมคลอไรด์) หรืออาหารเค็ม เราจะได้โซเดียมเข้าไปมาก ทำให้เลือดมีโซเดียมสูง มันจะมีฤทธิ์ดูดน้ำออกจากเซลล์ ทำให้เซลล์ทั่วไปรวมทั้งเซลล์สมองขาดน้ำ ลดขนาดของเซลล์ลง ทำให้เรากระหายน้ำ (ตามผับตามเทคจึงนิยมแจกมันฝรั่งทอดกรอบโรยเกลือให้ลูกค้ากิน เพื่อจะได้สั่งน้ำกินเยอะๆ)

 

 

ในทางตรงข้ามถ้าคนปกติดื่มน้ำเปล่าเข้าไปมากๆ น้ำจะไปทำให้ระดับโซเดียมในเลือดเจือจางลง ทำให้แรงดูดน้ำลดลง น้ำนอกเซลล์ก็จะเคลื่อนเข้าสู่ในเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้เซลล์บวมน้ำ เซลล์อื่นๆ บวมเล็กน้อยก็พอทำเนา แต่ถ้าเซลล์สมองบวมมันอันตราย

 

 

เมื่อเซลล์สมองบวมก็เกิดอาการ น้ำเป็นพิษ มีอาการทางสมอง เช่น ปวดหัว มึนซึม คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง ชัก หมดสติ อาการแบบนี้ถ้าเป็นมากขึ้นและแก้ไขไม่ทัน อาจถึงตายได้ เพราะสมองที่บวมขึ้นจะถูกกะโหลกศีรษะซึ่งไม่ขยายตัวบีบรัดกดสมอง มีผลต่อการกดศูนย์การหายใจศูนย์ควบคุมการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้สมองไม่ทำงาน ความดันโลหิตตก หัวใจและการหายใจหยุดลงจนเสียชีวิตในที่สุด

 

 

ในงานรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยเคยมีการกรอกน้ำน้องใหม่จนเจ็บป่วยล้มตาย ก็มีให้เห็นมาแล้ว  นอกจากนี้ในยุคสมัยที่สื่อออนไลน์เชียร์ให้ดื่มน้ำกันวันละ 8 แก้ว ก็มีคนถูกหามเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากน้ำเป็นพิษสมองบวมกันบ่อยๆ คนที่ผมรู้จักก็ยังมี การดื่มน้ำมากๆ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล ไม่ดีต่อสุขภาพ ท่านทั้งหลายที่ยังรักสุขภาพควรจะดื่มน้ำแต่พอสมควรกับสถานการณ์ของเราเท่านั้น ไม่ควรถือเอาสูตร “ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว” มาใช้แบบสูตรสำเร็จ

 

 

รู้ได้อย่างไรว่าดื่มน้ำเพียงพอ

 

การที่จะรู้ว่าดื่มน้ำเพียงพอแล้ว (โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ ถ้ารู้สึกกระหายน้ำแสดงว่าขาดน้ำมากไป ไม่ดี) คือ ดูที่ความถี่ของการปัสสาวะ และความเข้มข้นของปัสสาวะที่ออกมา ถ้าเข้มมาก ก็ควรดื่มน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำควรดูสถานการณ์แวดล้อมด้วย เช่น เรากินอาหารอะไร กินผักผลไม้มากไหม กินแกงจืดหรือไม่ ดื่มเครื่องดื่มมากแค่ไหน (อาหารพวกนี้มีน้ำมากอยู่แล้ว)

 

 

และเวลาเล่นกีฬาก็ดื่มน้ำมากหน่อย แต่นักกีฬาก็ไม่ใช่จะดื่มน้ำมากเกินไปได้ เคยมีรายงานนักกีฬามาราธอนดื่มน้ำมากเกินจนน้ำเป็นพิษมาแล้ว นักกีฬาอาชีพปัจจุบันเขาจะไม่ดื่มน้ำแบบไม่มีหลักเกณฑ์ เช่น นักเทนนิสจะจิบน้ำเล็กน้อยทุกครั้งที่มานั่งพัก (พร้อมกินเกลือแร่หรือกินกล้วย ซึ่งมีสารเกลือแร่) ไม่ดื่มน้ำมากเกิน นักมวยก็เช่นกัน ถ้านักมวยดื่มน้ำมากเกินจะทำให้กระเพาะปัสสาวะโป่ง เขาไม่ให้นักมวยพักเข้าห้องน้ำ นักมวยที่ดื่มน้ำมากก็ต้องทนให้กระเพาะปัสสาวะโป่ง ซึ่งเป็นอันตราย เวลาโดนต่อยมันอาจจะแตกได้ จึงมีกฎห้ามต่อยใต้เข้มขัด ซึ่งเป็นที่อยู่ของกระเพาะปัสสาวะและอวัยวะเพศที่ไวต่อความเจ็บปวดนั่นเอง

 

 

การดื่มน้ำแบบไม่มีหลักการมีผลเสียอย่างอื่นอีก คือ ตอนเย็นหรือตอนหัวค่ำก่อนเข้านอน ถ้าดื่มน้ำมากจะทำให้เราตื่นมาปัสสาวะบ่อย ทำให้นอนไม่หลับ มีผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้วิตกกังวลบ่อย เจ็บป่วยบ่อย เป็นหวัดบ่อย ฯลฯ

 

 

นักวิจัยกล่าวว่าไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า การดื่มน้ำมากๆ จะมีผลดีต่อสุขภาพ บางคนไปอ้างว่าน้ำช่วยล้างพิษ ซึ่งส่วนมากมาจากคนนอกวงการแพทย์ที่ตั้งตัวเป็นกูรูทางการแพทย์ จากที่ผู้ทบทวนวารสาร เราไม่พบหลักฐานว่าการดื่มน้ำมากจะมีผลดีต่อสุขภาพ หรือจะทำให้ผิวหนังเต่งตึงมีน้ำมีนวล (ถ้ามีก็ไม่มาก)

 

 

ข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่มาทางสื่อออนไลน์ไม่ใช่จะจริงเสมอไป อย่าเชื่อหมดใจ ให้ยึดหลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ข้อมูลข่าวสารบางอย่างแม้จะมาจากวารสารการแพทย์ แต่พออยู่ไปสักพักก็มีข้อมูลใหม่ที่ดีกว่ามาขัดแย้งลบล้าง ดังนั้น ถ้าได้รับข้อมูลทางไลน์มาว่าอย่างไร ก็ต้องฟังหูไว้หูก่อน อย่าปลงใจเชื่อ อย่าตื่นเต้นตื่นตูม อย่าลืมว่าดื่มน้ำมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดภาวะ “น้ำเป็นพิษ” สมองบวมถึงขนาดถูกหามเข้าโรงพยาบาลหรือโลงศพได้นะครับ

 

 

นพ.นริศ เจนวิริยะ

ศัลยแพทย์

 

 

น้ำก๊อกดื่มได้ปลอดภัยจริงหรือ - สุขภาพ - Haijai.com

 

น้ำดื่มโมเลกุลเล็กดีต่อร่างกาย - สุขภาพ - Haijai.com

 

ทำไมน้ำดื่มที่ดีต้องมีค่า pH - สุขภาพ - Haijai.com

 

ดื่มน้ำผลไม้อย่างไร ห่างไกลฟันผุ - เด็กโต - Haijai.com

 

ดื่มน้ำเปลือกกล้วยหอม แก้อาการซึมเศร้า - สุขภาพ - Haijai.com

 

ดื่มน้ำมาก อาจไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

 

4 ความลับจากน้ำแร่ธรรมชาติ - สุขภาพ - Haijai.com

 

ภาวะขาดน้ำ อันตรายร่างกายขาดน้ำ - สุขภาพ - Haijai.com

 

น้ำประปาผสมคลอรีน เสี่ยงลูกในท้องพิการ - แม่ตั้งครรภ์ - Haijai.com

 

น้ำหมักผักผลไม้ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ - Haijai.com

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ