Haijai.com


น้องน้ำ นำโรค


 
เปิดอ่าน 532

น้องน้ำ นำโรค

 

 

ปี 2554 เป็นปีที่ประวัติศาสตร์ไทย ต้องจารึกเอาไว้เป็นบทเรียนอันสุดแสนแพง กับเหตุการณ์มหาอุทกภัย ในยุคที่สิ่งต่างๆ เจริญรุดหน้า มีวิทยาการอันทันสมัย ข้างของเครื่องใช้สะดวกสบาย เครื่องอุปโภคบริโภคครบครัน แต่การขาดพื้นฐานของความสามัคคีและพื้นฐานของจิตสาธารณะ ที่จะพึงละวางประโยชน์ส่วนตนและเอาส่วนรวมเป็นที่ตั้งเสมอ โดยเฉพาะในส่วนของผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการประเทศ ได้ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็น Amazing Thailand อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็น Amazing Thailand เชิงลบระดับเหนือคำบรรยายครับ

 

 

น้องน้ำที่คนไทยจำใจเอ็นดูมาเป็นเวลา ร่วมเดือนหรือหลายเดือนแล้วนั้น นอกจากจะก่อให้เกิดความหายนะครั้งใหญ่อย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน คนมีอันจะกิน พนักงานกินเงินเดือน และที่แย่เอามากๆ คือ เจ้าของธุรกิจต่างๆ และนี่เป็นเพียงความเสียหายในขณะที่น้องน้ำยังอยู่กับเรา แต่เมื่อน้องน้ำจากเราไปแล้ว จะมีอีกหลายต่อหลายอย่างตามมา แบบที่ทำให้เราลืมน้องน้ำไม่ได้ทีเดียวเชียว ไม่ว่าจะเป็นการว่างงาน ความเชื่อมั่นของต่างประเทศ เศรษฐกิจที่จะหยุดนิ่งไปอีกนาน แต่อย่างไรเสียทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เราทุกคนช่วยกันทำได้ตอนนี้ คือ ต้องระลึกถึงบทเรียนนี้ และเรียนรู้ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อีก ไม่ว่าจะในช่วงเวลาของพวกเรา หรือช่วงเวลาของลูกหลาน พร้อมๆ กันไปนี้ ทุกคนต้องพยายามดูแลสุขภาพตัวเอง ป้องกันไม่ให้ความเจ็บป่วย ที่น้องน้ำนำมาด้วยมาพ่วงเป็นภาระเพิ่มเติมซ้ำเข้าไปอีก เพราะการรักษาพยาบาลในช่วงน้ำท่วมเช่นนี้ ไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างสะดวกสบายเท่าเดิม โรงพยาบาบหลายโรงถูกน้องน้ำเล่นงาน จนต้องอพยพคนไข้กันโกลาหล ทั้งหมอ พยาบาล และบุคลากรการแพทย์จำนวนมากมาย กลายเป็นผู้ประสบภัยไปเองด้วยแล้ว

 

 

น้องน้ำทำเครียด

 

โรคแรกที่แทยทุกคนคงประสบแล้ว ทั้งผู้ที่น้ำท่วมแล้ว และผู้ที่ดูข่าว ซึ่งไม่แน่ใจว่า ข้อมูลเชื่อถือได้ขนาดไหน นั่งลุ้นทุกวันว่าน้องน้ำจะมาถึงบ้านตนเองหรือไม่ โรคเครียดสามารถแสดงออกเป็นอาการทางกายได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ ตึงคอ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ลมในท้องมาก แผลในกระเพาะอาหาร บางคนก็ท้องเสีย นอนไม่หลับ ทานไม่ลง น้ำหนักลด ผู้ประสบกับโรคเครียด จำเป็นต้องรู้ตัวว่า ตนเองกำลังเครียด เพราะหากไม่รู้ว่าอาการทั้งหลายที่เป็นอยู่นั้น มีสาเหตุมาจากความเครียด ไม่ว่าจะรักษาตามอาการให้ดี หรือนานเท่าไร อาการเหล่านั้น จะไม่หายไป วิธีรักษาโรคเครียด จากต้นตอที่ดีที่สุด คือ การฝึกจิตให้ละวางในสิ่งของนอกกาย แม้จะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก แต่คุ้มค่า เมื่อละวางได้ อาการต่างๆ จะบรรเทาลงครับ

 

 

น้องน้ำกัดเท้า

 

แน่นอนครับ ว่าการเดินลุยน้ำช่วงน้ำท่วม เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เนื้อหนังของคนเรา เมื่อแช่น้ำอยู่นานๆ จะเกิดการเปื่อยยุ่ย โดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า ซึ่งเป็นที่ ที่เช็ดไม่ค่อยถึง ปกติแล้วผิวหนังของเราทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น การที่ผิวหนังเปื่อยยุ่ย เป็นการเปิดโอกาสให้เชื้อโรค มีหนทางเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายขึ้น เมื่อผิวหนังเกิดความชื้นนานๆ เข้าจะทำให้เกิดเชื้อรา และเชื้อรานี้เอง จะยิ่งไปช่วยเร่งให้ผิวหนังเปื่อยเร็วขึ้น เพราะเหตุนี้ ผู้มีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อที่ไม่ดีนัก เช่น คนเป็นเบาหวาน คนที่ได้รับเคมีบำบัด เพื่อรักษามะเร็ง คนสูงอายุ จึงเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรหารองเท้าบู๊ทสูงมาใส่ เมื่อขึ้นจากน้ำต้องล้างเท้าให้สะอาด และเช็ดเท้าให้แห้ง ให้ความสำคัญกับการดูแลซอกนิ้วเท้าเป็นพิเศษด้วยครับ อาการคันตามซอกเท้า เป็นสัญญาณเตือนว่า เชื้อราอาจกำลังมาเยือนแล้ว ต้องดูอย่างละเอียดว่า ผิวหนังตามซอกเท้าเป็นขุยหนังสีขาวๆ หรือไม่ หากใช่ต้องรีบทายาแก้เชื้อราทันที และสำหรับผู้เป็นเบาหวานที่เท้าชาแล้ว ต้องระมัดระวังสำรวจตรวจตราเท้า และซอกนิ้วเท้าให้มากกว่าเดิม เพราะอย่าลืมว่า อาการเท้าชานี้ จะทำให้ไม่รู้สึกคันหรือเจ็บ เมื่อไม่เจ็บไม่คัน และไม่ตรวจดูเท้า อาจทำให้การรักษาเริ่มต้นได้ช้ากว่าที่ควรครับ

 

 

น้องน้ำทำอาหารเป็นพิษ

 

น้องน้ำที่ท่วมขังมาเป็นเวลานาน สามารถเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ที่สามารถเข้าไปผสมรวมอยู่กับอาหารและน้ำดื่มได้เป็นอย่างดี หากไม่ระมัดระวัง ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปัจจุบันนี้ สุขลักษณะในเรื่องของอาหารและน้ำดื่ม ของเราดีขึ้นมาก ดีเกินไปจนคนส่วนมากไปย่อมดื่มน้ำประปา ที่กการประปารับรองว่าปลอดภัยสำหรับการบริโภค แต่ติดเป็นนิสัยที่ต้องดื่มน้ำขวด ซึ่งขาดแคลนในยามน้ำท่วมเช่นนี้ จนทำให้เกิดแนวคิดประหลาดของการนำเข้าน้ำดื่มจากต่างประเทศ เราลืมไปว่าสมัยก่อนยุคน้ำดื่มบรรจุขวด น้ำที่สะอาดของเราก็คือ น้ำต้มธรรมดาๆ นั่นเอง และหากไม่เชื่อถือความสะอาดของน้ำประปา เราก็สามารถเอาน้ำประปามาต้มดื่มได้ไม่มีปัญหา สำหรับการระวังเรื่องอาหาร ก็เป็นเรื่องปกติทั่วไปเหมือนช่วงไม่มีน้องน้ำครับ คือ ต้องทานอาหารที่ปรุงสุกถูกสุขลักษณะ

 

 

หนูฉี่ใส่น้องน้ำ

 

โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคระบาดที่รุนแรง แต่โชคดีที่เกิดไม่บ่อยนัก ต้นเหตุ คือ เชื้อแบคทีเรียในหนู ที่เป็นพาหะและไหลออกมากับฉี่ของหนูนั้น ซึ่งหากปนเปื้อนอยู่กับน้ำที่ท่วมขัง เชื้อนี้อาจเดินทางไปสู่คน โดยเข้าทางบาดแผลเปิด โดยเฉพาะที่เท้า หรือจากการบริโภคน้ำ หรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคฉี่หนู ทำให้เกิดไข้สูง ตัวเหลือง เพราะมีตับอักเสบ ปัสสาวะไม่ออกเพราะเกิดไตวายอย่างเฉียบพลัน นอกจากนั้น เชื้ออาจเดินทางสู่สมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เดินทางไปที่หัวใจ เกิดเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้

 

 

อาการของโรคฉี่หนู แบ่งออกเป็น 2 ระยะ

 

  ระยะแรก มีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัวมาก ปวดเมื่อยตามตัวกล้ามเนื้อ พออาการระยะแรกนี้หายไป จะตามมาด้วยอาการระยะที่สอง

 

  ระยะสอง ได้แก่ ตัวเหลืองจากตับอักเสบ ปัสสาวะน้อยลง สีเข้ม ทั้งนี้เพราะไตหยุดทำงาน และอาจมีอาการสับสน เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

 

 

การวินิจฉัยเร่ิมต้นด้วยความสงสัยกับอาการระยะแรก และทำการตรวจเลือด เืพื่อดูแอนตี้บอดี้ต่อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นการวินิจฉัยที่เร็วและแม่นยำ สำหรับการเพาะเชื้อส่งตรวจนั้น จะใช้เวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ จึงจะได้ผล ซึ่งช้าเกินไป ดังนั้น การวินิจฉัย จึงต้องเริ่มจากการสงสัยคนไข้ที่มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายๆ ไขเลือดออก แต่หากคนไข้มีประวัติอยู่กับภาวะน้ำท่วม แพทย์ต้องสงสัยและตรวจเลือด พร้อมกับเริ่มให้ยาปฏิชีวนะธรรมดาๆ เช่น Doxycycline หรือ Ampicillin ได้เลยครับ

 

 

สำหรับการป้องกันนั้น หากเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมและมีโอกาสสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อนฉี่หนู สามารถเริ่มกินยา Doxycycline วันละ 1 เม็ด เพื่อเป็นการป้องกันระหว่างอยู่ในภาวะเสี่ยงได้ครับ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ