Haijai.com


เรื่องของผู้ชายที่ผู้หญิงต้องเข้าใจ


 
เปิดอ่าน 913

เรื่องของผู้ชายที่ผู้หญิงต้องเข้าใจ

 

 

เคยมีนักจิตวิทยาระดับนานาชาติชื่อดังเขียนไว้ว่า "ผู้ชายมาจากดาวอังคาร แต่ผู้หญิงมาจากดาวพระศุกร์" และหนังสือเล่มที่ว่านี้ก็ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และถ้าจะยกวลีเด็ดที่คุณหมอสุกมล วิภาวีพลกุล จิตแพทย์ชื่อดังของประเทศไทยที่ได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับปฏิกริยาตอบสนอง เมื่อเกิดความเครียดไว้น่าฟังเช่นกันว่า เวลาที่เกิดความเครียดนั้นผู้ชายจะเข้าถ้ำไม่พูดไม่จา แต่ผู้หญิงจะพร่ำพรรณา

 

 

พูดง่ายๆ ก็คือ ชายหญิงนั้นมักจะคิดต่างกันคนละขั้วเสมอ แต่ถ้าจะให้ชีวิตคู่ราบรื่นและสัมพันธภาพยืนยาวแล้วผู้ชายกับผู้หญิงจะต้องพยายามที่จะเข้าใจกัน และเข้าใจกันในแบบที่เธอและเขาเป็น ไม่ใช่เข้าใจแบบที่อยากจะให้เป็นแต่ไม่มีทางเป็นไปได้

 

 

เคยเขียนไว้นานมากแล้วว่า กามารมณ์เป็นรากฐานของการมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว และเป็นส่วนที่เชื่อมสัมพันธ์รักเข้าไว้ด้วยกัน คนสองคนที่มาจากต่างถิ่นฐาน ต่างความคิด ต่างทัศนคติ จะมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขนั้นมีหลายเรื่องที่จะต้องปรับเข้าหากัน แต่เรื่องที่ปรับยากที่สุดเห็นจะเป็น "เรื่องนั้น" เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่คนสองคนที่มาอยู่ด้วยกัน บอกรักกันผ่านการเคลื่อนไหวทางกายที่ประสานสอดคล้องกันประคองกอดกันไว้อย่างแนบแน่น หลังจากความสุขสมจากการมีกิจกรรมแห่งความรักผ่านไป เป็นการบอกรักที่เรียบง่ายโดยไม่ต้องอาศัยคำพูด และเมื่อเกิดความสุขสมร่วมกันแล้วก็จะเกิดการผ่อนคลายเกิดความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกันอันเป็นสายใยรักที่มองไม่เห็นแต่จับต้องได้

 

 

เคยเห็นใช่ไหมว่าคู่ครองที่มีการร่วมรักกันอย่างมีความสุขสมเป็นประจำนั้น...เรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กและเรื่องเล็กก็กลายเป็นไม่มีเรื่อง ในขณะที่คู่รักที่ไม่ได้มีความสุขสมในกามารมณ์นั้น เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องที่ยอมความกันไม่ได้ แต่ชายหญิงนั้นคิดต่างกันเสมอๆ ในทุกเรื่องราวและการที่จะมีความสุขในการมีชีวิตคู่นั้นต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจในกันและกัน ผู้ชายก็ต้องเข้าใจผู้หญิงและผู้หญิงก็ต้องเข้าใจผู้ชาย

 

 

ผู้ชายนั้นเข้าใจได้ไม่ยากเลย ถ้าอยากจะเข้าใจ และถ้าเข้าใจเขาแล้ว ผู้หญิงนั่นแหละจะเป็นคนมีความสุข เคยถามเพื่อนสาวคนหนึ่งว่าทำไมเธอดูสวยใสเสมอและดูท่าทางสามีเธอก็ค่อนข้างจะเกรงใจเธอจนดูเหมือนเป็นคนกลัวภรรยา เธอตอบว่า...เขานั่นแหละน่ากลัวไม่ใช่ฉัน เพราะเขาเป็นคนเอาจริงแต่แกล้งทำเป็นคนขี้เล่น การที่เขาดูเหมือนเอาใจฉันตลอดเวลานี่ก็เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษ อะไรที่เขาพอจะยอมได้เขาก็จะยอมเพราะรู้ว่าผู้หญิงเราส่วนใหญ่ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่ถ้าวันไหนเขาท่าทางเอาจริงไม่ยอมตามใจฉันๆ ก็ถอยเหมือนกันและไปเอาใจเขาแทน  แบบนี้เรียกว่ารู้เขารู้เรา

 

 

ต้องรู้ว่าเวลาไหนจะต้องยอมตามใจเขาบ้าง โดยเฉพาะเวลานั้น เธอบอกต่อว่า...ผู้หญิงเราไม่พยายามที่จะเข้าใจผู้ชายของเราและพยายามมากขึ้นที่จะให้เขาเป็นได้ดังใจตัวเอง ซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่มีทางเรื่องอื่นไม่ต้องพูด เอาเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นบนเตียงนะ ฉันว่าผู้หญิงที่ฉลาดๆ จะเข้าใจมากเลยว่า อยู่ต่อหน้าคนทั่วไปเราจะต้องทำตัวเป็นกุลสตรีมีความสง่างามเหมาะสมที่จะอยู่เด่นในแถวหน้าเป็นที่ภูมิใจของสามี แต่เมื่อถึงบทบาทบนเตียงเราจะต้องเข้าใจเขาว่าผู้ชายส่วนใหญ่นั้นไม่ชอบให้ผู้หญิงของเขาปฏิเสธในเวลาที่เขาขอร่วมรักด้วย

 

 

มีคนสอนฉันมาว่าไม่ว่าเรื่องใดก็ตามถ้าเรายอมตามเขาไป 1 ครั้ง เขาจะยอมเรากลับมาอย่างน้อย 5 ครั้ง แต่ถ้าเราปฏิเสธเขาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 1 ครั้ง รับรองได้ว่าเขาจะปฏิเสธเรากลับมาอย่างน้อย 10 ครั้ง ดังนั้นทางที่ดีเวลาคนที่เรารักขอให้เราทำอะไร ก่อนอื่นเราต้องตอบว่า โอเค เช่นเดียวกับเรื่องนั้นกับเขา ถ้าเขาเสนอ เราต้องตอบว่าโอเค หลังจากนั้นจะต่อรองอะไรเขาก็จะโอเคเหมือนกัน และก็รู้ๆ กันว่าผู้ชายนั้นหลังจากมีความสุขสมกับเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะขออะไร อยากให้ทำอะไรหรืออยากจะให้ทำแบบไหนในครั้งต่อไปรับรองทำตามที่เราสั่งอย่างง่ายดาย แค่ไม่ปฏิเสธเขาเท่านั้นเอง เธอก็เคยสอนอยู่เสมอไม่ใช่หรือว่าผู้ชายบอกรักผ่านการมีเซ็กส์ส่วนผู้หญิงยอมมีเซ็กส์ เพราะรู้ว่าผู้ชายรักก็เรารู้อยู่ว่าผู้ชายของเรารักเรา  แล้วทำไมเราจะยอมเขาไม่ได้ผู้หญิงที่แน่ใจในความรักยอมผู้ชายของเขาทุกครั้งแหละเธอ ส่วนจะยอมแบบไหนหรืออยากให้มีท่วงท่าแบบใดหลังจากบอกโอเคแล้วค่อยต่อรองกันอีกทีแต่อย่างว่านะเธอผู้ชายก็ชอบอะไรที่พลิกแพลงไม่ธรรมดาเป็นประจำถ้าดูแล้วว่าน่าจะโอเคไม่ได้อันตรายอะไรก็ทำใจสนุกตามไปด้วยเท่านี้รักเราก็หวานแหววตลอดกาล

 

 

ผู้ชายนะ กินอิ่ม นอนหลับ และได้หลับนอนกับคนที่รักก็พอแล้ว ที่จริงผู้ชายกับพวกเราผู้หญิงก็แค่นี้ถ้าให้เขาได้เขาก็จะไปทำงานอย่างเต็มที่มาดูแลเราแล้วเราก็มีแต่สบายอย่างเดียว ใครเชื่อก็ทำตามคำแนะนำของเพื่อนสาวของผมก็แล้วกัน แต่ถ้าไม่เชื่อก็ทำไปตามใจคุณแล้วถ้าอยากเชื่อเมื่อไรก็กลับใจทำตามได้ไม่ผิดกฎหมาย

 

 

ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

(Some images used under license from Shutterstock.com.)