Haijai.com


วิธีออกแบบและดูแลห้องครัวให้ปลอดเชื้อโรค


 
เปิดอ่าน 293

ครัวปลอดเชื้อ

 

 

การมีสุขภาพดี นอกจากต้องนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ออกกลังกายสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกินอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ อาหารต้องปรุงให้สุก สะอาด เริ่มตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหารผู้ปรุงอาหารต้องสะอาด รวมไปถึงอุปกรณ์และสถานที่ในการปรุงอาหารคือ “ห้องครัว” ก็ต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรคด้วย จึงจะมั่นใจได้ว่าอาหารที่กินเข้าไป ไม่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษหรือท้องเสีย ดังที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ

 

 

โดยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน การทำอาหารกินเองที่บ้านนับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร กว่าจะกลับมาถึงบ้าน เตรียมอาหาร ก็คงหิวตาลายกันซะก่อน หลายท่านจึงต้องอาศัยฝากท้องไว้กับร้านอาหารนอกบ้าน ซึ่งกินกันแล้วก็ต้องภาวนาอย่าให้เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วนตามมา ฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีกันถ้วนหน้าวันนี้จะชวนคุณๆ เข้าครัว เตรียมอาหารกินเองที่บ้าน ก่อนอื่นมาเตรียมสถานที่กันก่อน ซึ่งก็คือ “ห้องครัว” นั่นเอง

 

 

สิ่งสำคัญที่สุดที่ละเลยไม่ได้ในครัวคือ เรื่องการระบายอากาศและการระบายกลิ่น เดี๋ยวนี้ห้องครัวสมัยใหม่ออกแบบกันเหมือนครัวของฝรั่ง ซึ่งครัวจะเป็นส่วนหนึ่งในตัวบ้าน มีเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของ เตาไฟ เป็นชุดเดียวกัน สวยงามน่าใช้ เหมาะสำหรับทำอาหารที่ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ใช้เวลาน้อย แต่มักไม่ค่อยเหมาะกับการทำอาหารไทยซักเท่าไร

 

 

เพราะในการทำอาหารไทยนั้นจะมีทั้งต้ม แกง ผัด ทอด อันเป็นที่มาของโขมงควัน ไอน้ำมันเหนียวหนับ กลิ่นฉุนกึก ถ้าหากชอบทำอาหารไทยขอให้แยกครัวออกจากตัวบ้าน อาจเป็นด้านหลังบ้านทำเพดานให้สูง ให้มีลมพัดถ่ายเทตลอดวัน และควรอยู่ในทิศที่แสงแดดส่องถึง เพราะแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคไล่ความชื้น หากมีพื้นที่จำกัด เช่น ทาวน์เฮ้าส์ ห้องครัวติดอยู่ในตัวบ้านอยู่แล้ว การกำจัดกลิ่น บรรเทาควัน การเลือกใช้อุปกรณ์ทำครัว การจัดครัวให้สะอาดในการใช้งานทั้งยังดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย มีข้อแนะนำดังนี้

 

• การเลือกใช้วัสดุปูพื้น ผนังครัว และเคาน์เตอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน พื้นครัวควรเป็นพื้นเรียบ ไม่ลื่น ไม่ดูดซับไอน้ำมัน ไม่เก็บกลิ่น แข็งแรง ทำความสะอาดง่าย เช่น กระเบื้องเซรามิก หินแกรนิต แบบถูกสุดๆ style loft ก็พื้นอนกรีตขัดมันนั่นแหละค่ะ สำหรับผนังครัวง่ายที่สุด ราคาถูกที่สุด ทำความสะอาดง่ายที่สุด คือ การทาสี ต้องเป็นสีชนิดกึ่งเงากึ่งด้านนะคะ หรือขยับขึ้นมาอีกนิดก็ปูกระเบื้องเซรามิกหรือหินธรรมชาติก็ได้ แต่ขอให้ทำความสะอาดง่ายก็แล้วกัน ส่วนเคาร์เตอร์จะใช้กระเบื้องชนิดที่ไม่เว้นร่องรอยต่อกระเบื้องจะดีกว่าค่ะ ตัดปัญหาเรื่องคราบสกปรกฝังในรอยต่อ หรือจะปูเป็นหินธรรมชาติก็ได้ ไร้รอยต่อ แต่ต้องทำความสะอาดทันที่ที่มีคราบสกปรก เพราะหินธรรมชาติจะมีการดูดซึมได้สูงกว่ากระเบื้อง ถ้าจะให้ดีสุดเลยล่ะก็ต้องหินสังเคราะห์เลยค่ะ ทนทุกสภาวะ แต่ราคาก็ค่อนข้างสูง

 

 

• ติดพัดลมดูดอาการหรือเครื่องดูดควัน ต้องใช้เครื่องดูดควันที่มีกำลังดูดแรงสุดๆ จะได้ช่วยระบายกลิ่นและควันออกจากครัวโดยเร็ว HOOD มีให้เลือกหลายรูปแบบสวยงาม สำหรับครัวฝรั่ง ทำอาหารเบาๆ แต่ถ้าเป็นครัวไทยล่ะก็ ต้องเครื่องดูดที่ผลิตในประเทศเท่านั้นค่ะ (ขอบอก) สวยน้อยหน่อย เสียงดังไปนิด แต่เรื่องดูดกลิ่นควันละก็ ที่หนึ่งเลยล่ะค่ะ

 

 

• ทำฉากกั้นพื้นที่ระหว่างห้องครัวกับห้องอื่นๆ เพื่อป้องกันกลิ่นควันรบกวน อีกทั้งป้องกันไม่ให้กลิ่นไอน้ำมัน ไปติดกับเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ผ้าม่าน พื้นชุดรับแขก ทำความสะอาดยากค่ะ ถ้าเรามีพื้นที่แยกส่วนระหว่างห้องครัวไทย และเตรียมอาหารจะดีมากค่ะ

 

 

• ทำความสะอาดทันทีหลังทำครัวเสร็จ เป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีขายทั่วไป หรืออาจนำของใช้ในครัวมาใช้แทน เช่น พวกมะนาว เกลือน้ำส้มสายชู ปลอดภัยแถมประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

 

 

• ถังขยะแบบปิดฝา ควรมีไว้สำหรับทิ้งขยะเปียก เช่น ผัก เศษอาหาร ช่วยป้องักนกลิ่นและมดแมลงมาไต่ตอม อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ ทางที่ดีควรทิ้งขยะทุกวัน

 

 

• ไม้กระถาง ลองหามาวางไว้ตามมุมต่างๆ ของครัว เช่น พวกพลู เฟิร์น แคคตัส นอกจากจะช่วยฟอกอากาศและดูดกลิ่นแล้ว ยังสร้างความสดชื่นให้อีกด้วย แต่ต้องหมั่นนำออกไปรดน้ำ ตากแดดบ้าง

 

 

• ติดล้อสเก็ตให้ตู้เย็น ฐานรองตู้เย็นที่ให้มามักเป็นแบบล็อกตายเลื่อนเข้าออกลำบาก จะทำความสะอาดพื้นด้านหลัง ข้างใต้ตู้เย็นก็แสนจะลำบาก ตู้เย็นเล็กๆ ยังพอยกไหว ถ้าเป็นตู้ขนาดใหญ่นี่สิ ทำไงดี ติดล้อให้เลยดีกว่า หาแผ่นไม้ที่แข็งแรง ขนาดเท่าความกว้างยาวของตู้ แต่เพิ่มล้อเลื่อนเข้าไปทั้งสี่มุม เท่านี้ก็หมดปัญหา จะทำความสะอาดหรือโยกย้าย ก็สบายแฮ

 

 

• ผ้าม่าน พรม โคมไฟ หากเลี่ยงได้ไม่ควรนำมาใช้ในห้องครัว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวเก็บกลิ่น ซับไอน้ำมันได้ดี จะทำให้ห้องครัวเกิดกลิ่นอับได้ หากชอบ ก็คงต้องหมั่นนำไปทำความสะอาดบ่อยๆ ไม่ว่ากันค่ะ

 

 

• เตาไฟ การจัดครัวไม่ควรวางเตาไฟให้ใกล้หน้าต่างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เพราะฝุ่นละอองจากด้านนอกอาจหล่นลงสู่อาหาร ลมที่พัดเข้ามาทำให้ไฟดับง่าย วางใกล้ตู้เย็นความร้อนจากเตาอาจส่งผลต่อการทำงานของตู้เย็นได้

 

 

• ตู้ใต้เคาน์เตอร์ สำหรับส่วนใต้ซิงค์ล้างจานหน้าบานตู้ ควรเจาะช่องระบายอากาศ เพราะจะมีความชื้นตลอดเวลา อาจเกิดเชื้อราได้ ควรวางตำแหน่งซิงค์ล้างจานไว้ใกล้หน้าต่าง จะได้ทั้งลมและแดด ช่วยไล่ความชื้นได้ค่ะ

 

 

• ถังดับเพลิง ควรหามาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน อย่าลืมศึกษาวิธีใช้ด้วยล่ะ

 

 

• เครื่องปรุงรส เช่น หอม กระเทียม พริกแห้ง ลองหาตะกร้าโปร่ง มีหูหิ้วมาใส่ ทำโครงไม้แบบง่ายๆ แขวนไว้บนผนัง ประหยัดพื้นที่ ป้องกันมด แมลง และหนูที่จะมารบกวน

 

 

• อุปกรณ์ทำครัว เช่น กระทะ ตะหลิว ทัพพี มีด ควรเลือกที่เป็นสแตนเลส ซึ่งไม่เป็นสนิม แข็งแรงทนทานทำความสะอาดง่าย เขียงควรใช้เป็นเขียงไม้ แยกเขียงหั่นเนื้อ หั่นผัก ไม่ปนกัน ใช้แล้วล้าง นำไปตากแดดให้แห้ง ไม่อย่างนั้นเชื้อราจะมาสิงสู่ หากเขียงขึ้นราให้ทิ้งไปเลยนะคะ อย่านำมาใช้

 

 

• พืชผักสวนครัว ขอพื้นที่หลังบ้านมุมเล็กๆ ทำเป็นแปลงผัก ประเภทที่ต้องใช้ในการทำอาหารบอ่ยๆ เช่น พริกขี้หนู ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเพราะ ประหยัดแถมปลอดภัยไร้สารพิษ

 

 

หลังจากทำครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การถูทำความสะอาดในครัว ทั้งพื้นครัว อุปกรณ์ทำครัวทันที อย่าทิ้งไว้ เพราะคราบที่เปื้อนจะติดแน่นทำความสะอาดยาก เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดี อ้อ... อย่าลืมล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้งนะคะ ขอให้คุณๆ มีสุขภาพดีทุกท่านค่ะ

 

 

ภูมรินทร์ ณ วิเชียร มัณฑนากร

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ