Haijai.com


5 ความสำคัญของตับ


 
เปิดอ่าน 812

โรงงานที่ชื่อ “ตับ” 

 

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายความสำคัญของตับไว้ว่า

 

 

“หากจะเปรียบให้เข้าใจง่ายๆ ตับก็เหมือนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย โดยมีน้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม เป็นแผ่นต่อกัน แต่แบ่งได้เป็นกลีบซ้าย กลีบขวาอยู่บริเวณช่องท้องส่วนบน ใต้ชายโครงด้านขวา”

 

 

นอกจากลักษณะทางกายวิภาคที่เด่นชัดแล้ว ตับยังมีหน้าที่สำคัญอีกหลายอย่าง

 

1.สร้างสารอาหารและสารจำเป็น

 

คุณหมอปิยะวัฒน์อธิบายไว้ในหนังสือรู้ทันโรคตับ 2 ว่า เมื่อตับรับเลือดจากทางเดินอาหาร โดยผ่านหลอดเลือดดำใหญ่ (Portal Vein) มาแล้ว เลือดจะไหลเข้าสู่หลอดเลือดเล็กๆ และสัมผัสกับเซลล์ตับ เกิดการปรับเปลี่ยนสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และวิตามิน ให้อยู่ในรูปที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ จากนั้นสารอาหารที่ปรับเปลี่ยนแล้วจะไหลออกจากตับผ่านหลอดเลือดเฮปาติก (Hepatic Vein) เข้าสู่หัวใจและสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายต่อไป

 

 

ตัวอย่างของสารอาหารที่ตับทำการปรับเปล่ยนเพื่อให้เหมาะกับการนำไปใช้ ได้แก่ เปลี่ยนจากแป้งและน้ำตาลเป็นกลูโคส เปลี่ยนไขมันเป็นคอเลสเตอรอล (ทั้งชนิดที่ดีและไม่ดีต่อร่างกาย) รวมถึงสร้างโปรตีนสำคัญหลายชนิด อาทิ แอลบูมินหรือโปรตีนไข่ขาว มีหน้าที่สำคัญในการลดอาการบวมน้ำ

 

 

นอกจากสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายแล้ว ตับยังสร้างสารสำคัญอื่นๆ เช่น สารป้องักนการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น

 

 

2.สะสมอาหาร

 

นอกจากมีหน้าที่สร้างสารอาหารเพื่อนำไปใช้แล้ว ตับยังเป็นแหล่งสะสมสารอาหารที่ยังไม่ได้ใช้อีกด้วย โดยจากหนังสือ Skinny Liver ของ ดร.คริสติน เคิร์กแพทริค นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และ นายแพทย์อิบราฮิม ฮานูเนห์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตับ อธิบายว่า เมื่อตับผลิตกลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตได้มากเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการใช้ ตับจะเปลี่ยนกลูโคสดังกล่าวเป็นไกลโคเจน (Glycogen) และสะสมไว้เพื่อเป็นพลังงานสำรอง หากเมื่อใดระดับกลูโคสในร่างกายต่ำลง ตับจะเปลี่ยนไกลโคเจนที่เก็บไว้กลับเป็นกลูโคสและส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายทันที

 

 

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเก็บวิตามินสำคัญ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค และวิตามินบี 12 รวมถึงเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น สังกะสี เหล้ก แมกนีเซียม และทองแดง โดยจะปล่อยออกสู่กระแสเลือดในยามที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้

 

 

3.ผลิตน้ำดี

 

คุณหมอปิยะวัฒน์ชี้ว่า ตับยังมีหน้าที่สำคัญในการผลิตน้ำดีอีกด้วย “ชื่อว่าน้ำดี ย่อมมีประโยชน์ครับ คือมีหน้าที่ช่วยย่อยสลายอาหารประเภทไขมันเป็นหลัก”

 

 

โดยหลังจากตับผลิตน้ำดีแล้ว จะส่งผ่านท่อน้ำดีออกไปรวมอยู่ที่ถุงน้ำดี ซึ่งอยู่ติดกับลำไส้เล็กส่วนต้น เมื่อกินอาหารประเภทไขมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัวเพื่อขับน้ำดีลงไปย่อยไขมันในลำไส้

 

 

“จากหน้าที่สำคัญนี้ทำให้คนที่มีปัญหาโรคตับส่วนใหญ่จะท้องอืดเมื่อกินอาหารมันๆ ถ้าตับไม่ขับน้ำดีออกมา วิตามินบางอย่างที่ต้องดูดซึมด้วยไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค ก็จะมีปริมาณต่ำลงจนไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้”

 

 

4.กำจัดของเสียและสารพิษ

 

คุณหมอปิยะวัฒน์อธิบายว่า หน้าที่สำคัญอีกอย่างของตับคือ การกำจัดของเสียออกจากร่างกาย

 

 

“โดยปกติร่างกายเรามีอวัยวะหลาย่วนในการช่วยกำจัดของเสีย เช่น ไต ก็ขับของเสียทางปัสสาวะ ผิวหนังก็ขับออกทางเหงื่อ ตับก็เช่นกัน โดยขับองเสียผ่านทางน้ำดี”

 

 

นอกจากของเสียที่เกิดจากกระบวนการของร่างกายแล้ว ตับยังทำหน้าที่ขับสารพิษหรือท็อกซินที่เกิดจากการเผาผลาญแอลกอฮอล์ ยาบางชนิดเชื้อโรค รวมถึงสารพิษจากพืชอีกด้วย

 

 

5.ทำลายเซลล์หมดอายุ

 

นอกจากกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ แล้ว หนังสือ Skinny Liver ยังอธิบายข้อมูลว่า ตับทำหน้าที่ช่วยเปลี่ยนสภาพสารประกอบของเซลล์เม็ดเลือด ที่เสื่อมสภาพให้สามารถขับออกจากร่างกายทางอุจจาระได้ การที่ตับต้องรับภาระมากเช่นนี้ หากวันหนึ่งเกิดความผิดปกติขึ้นในตับจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

(Some images used under license from Shutterstock.com.)



สักคิ้ว 3 มิติ เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ